อิสลาม เป็นศาสนาหนึ่งที่มนุษย์ยึดถือมากเป็นอันดับสองในโลก มีความเชื่อและความศรัทธาหลักๆ คือ อำนาจเหนือทุกสิ่งทุกอย่างที่ปรากฏในเห็นและไม่เห็นที่อยู่บนโลกนี้และที่โลกอื่นๆ ทั้งหมดเป็นสิทธิของพระเจ้าอัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียว และศรัทธามั่นว่านบีมุหัมมัด ที่เป็นบุตรชายของอับดุลลอฮฺ หลานของอะบูฏอลิบชาวอาหรับมักกะฮฺในสมัยนั้น เป็นศาสนทูตที่พระเจ้าส่งมาเพื่อตักเตือนและสังสอนเพื่อนมนุษย์ให้ใช้ชีวิตบนโลกนี้อย่างมีความสุขและปลอดภัย

อิสลามเป็นศาสนาที่มาพร้อมๆกับมาบังเกิดขึ้นของมนุษย์ อัลลอฮฺพระเจ้าที่ทรงสร้างมนุษย์ขึ้นมาจากดินเป็นมนุษย์เพศชายตัวตนคนเดียวที่ชื่อว่าอาดัม จากนั้นก็ได้สร้างคู่หูให้ดำรงชีวิตร่วมกันให้หายเหงาและเปล่าเปลียวให้แก่อาดัม โดยสร้างมนุษย์เพศหญิงนี้มาจากซี่โครงของเขา มนุษย์เพศหญิงคนแรก คือ ฮาวาอ์ พระองค์ทรงสร้างและกำหนดระบบสืบพันธุ์ให้มนุษย์สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น จากคนเดียวเป็นสอง จากสองก็เป็นสามแล้วขยายไปเรื่อยๆจนเป็นสังคมใหญ่ จึงจำเป็นต้องมีกฎเกณฑ์และข้อตกลงที่จะใช้ชีวิตร่วมกันและให้ความสุขพร้อมๆกัน

เมื่ออัลลอฮฺทรงให้มนุษย์มีชีวิตอยู่และจัดการทรัพย์สินที่อยู่บนโลกแทนพระองค์  { قَالَ رَبُّكَ لِلْمَلَائِكَةِ إِنِّي جَاعِلٌ فِي الْأَرْضِ خَلِيفَةً ۖ }(และจงรำลึกถึงขณะที่พระเจ้าของเจ้าได้ตรัสแก่มะลาอิกะฮฺว่า แท้จริงข้าจะให้มีผู้แทนคนหนึ่ง)(อัลบะเกาะเราะฮฺ 2:30) พระองค์ย่อมสร้างกฏเกณฑ์ที่เป็นบทบัญญัติในการดำรงชีวิตอย่างถูกต้อง และส่งทูตที่เป็นศาสนาทูตมาสั่งมาสอนตามคำสั่งของพระองค์ พร้อมๆมาทำตัวให้เป็นแบบอย่างแก่เพื่อนมนุษย์ที่มาชี้แนะนั้นด้วย {لَّقَدْ كَانَ لَكُمْ فِي رَسُولِ اللَّهِ أُسْوَةٌ حَسَنَةٌ} (โดยแน่นอน ในเราะซูล(ศาสนาทูต)ของอัลลอฮฺมีแบบฉบับอันดีงามสำหรับพวกเจ้าแล้ว) (อัลอะหฺซาบ 32:21)

หลังจากมนุษย์คนแรก คือ นบีอาดัม จากนั้นก็จะสืบทอดกันมารุ่นแล้วรุ่นแล้ว และในแต่ละรุ่นจะมีนบีหรือศาสนทูตที่อัลลอฮฺส่งมาเพื่อบอกข่าวดีและตักเตือนคนที่ออกนอกลู่นอกทางจากที่บทบัญญัติกำหนดไว้ให้ดำรงชีวิตอยู่ถูกต้องตามแนวทางทรงประสงค์ และบรรดานบีที่มีบันทึกในอัลกุรอานหลังจากนบีอาดัมก็จะมีนบีอิดรีสและท้ายสุดที่นบีนูหฺก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ล้มล้างมนุษย์ผู้ทรยศด้วยอุทกภัยน้ำท้วมโลก

นบีนูหฺที่อัลลอฮฺแต่งตั้งในเป็นศาสนทูตมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมนุษย์ให้เข้าหาแนวทางที่ถูกต้องตามที่อัลลอฮฺกำหนด โดยท่านได้ใช้ความพยายามในการเชิญชวนมวลมนุษย์ในสมัยของท่านนานถึง 950 ปี {وَلَقَدْ أَرْسَلْنَا نُوحًا إِلَىٰ قَوْمِهِ فَلَبِثَ فِيهِمْ أَلْفَ سَنَةٍ إِلَّا خَمْسِينَ عَامًا فَأَخَذَهُمُ الطُّوفَانُ وَهُمْ ظَالِمُونَ} (และโดยแน่นอนเราได้ส่งนูห์ไปยังหมู่ชนของเขา และเขาได้อยู่ร่วมกับพวกเขาหนึ่งพันปีเว้นห้าสิบปี (950 ปี))(อัลอังกะบูต 29:14) แต่ผู้ที่ทำตามคำสั่งสอนของท่านตามที่ท่านได้รับมอบหมายมาจากอัลลอฮฺนั้นน้อยมาก และทุกครั้งที่ท่านเชิญชวนพวกเขา พวกเขาก็จะก็จะหลบหนี {فَلَمْ يَزِدْهُمْ دُعَائِي إِلَّا فِرَارًا}(แต่การเรียกร้องเชิญชวนของข้าพระองค์มิได้เพิ่มพูนสิ่งใดแก่เขานอกจากการหลบหนี)(นูหฺ 71:6) สุดท้ายอัลลอฮฺได้ลงโทษและกวาดล้างพวกทรยศเหล่านั้นด้วยการให้จมไปกับน้ำที่มาท้วมโลก

ในคำกล่าวของนบีนูหฺที่กล่าวถึงหน้าที่ของท่านที่ถูกส่งมายังบนโลกนี้ {وَأُمِرْتُ أَنْ أَكُونَ مِنَ الْمُسْلِمِينَ} (และฉันถูกใช้ให้อยู่ในหมู่มุสลิม(ผู้ยอมจำนนต่ออัลลอฮฺ))(ยูนุส 10:72) คือ อัลลอฮฺบัญชาให้ท่านนอบน้อมยอมจำนนต่อแนวทางที่อัลลอฮฺกำหนดนั้นคือศาสนาอิสลาม (มุสลิมหมายถึงผู้นับถือศาสนาอิสลาม)

หลังจากมนุษย์ถูกจมน้ำมลายหายไปกับน้ำท้วมโลกเพราะความดื้อรั้นและโอหังที่จะเชื่อตามคำเชิญชวนของนบีนูหฺ พวกเขาจะเชื่อแต่คำบอกเล่าของคนเก่าๆ เชื่อและปฏิบัติตามประเพณีและวิถีชีวิตที่มนุษย์กำหนดขึ้นมาเอง จะเหลือเฉพาะคนที่ยอมรับและศรัทธาตามคำสอนของนบีนูหฺที่ได้ขึ้นเรือเพื่อหนีภัยจากน้ำท้วมและเมื่อน้ำลดเรือของพวกเขาก็ได้ลงจอดบนเทือกเขาญูดี

ร่องรอยเรือนบีนูหฺบนเทือกเขาญูดี(อะรอร็อต) ประเทศตูรกี

{وَقِيلَ يَا أَرْضُ ابْلَعِي مَاءَكِ وَيَا سَمَاءُ أَقْلِعِي وَغِيضَ الْمَاءُ وَقُضِيَ الْأَمْرُ وَاسْتَوَتْ عَلَى الْجُودِيِّ ۖ وَقِيلَ بُعْدًا لِّلْقَوْمِ الظَّالِمِينَ}

(และนุห์ได้ร้องเรียนต่อพระเจ้าของเขาโดยกล่าวว่า “ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าของพระองค์แท้จริงลูกชายของข้าพระองค์เป็นคนหนึ่งในครอบครัวของข้าพระองค์ และแท้จริงสัญญาของพระองค์นั้นเป็นความจริง และพระองค์ท่านนั้นทรงตัดสินเที่ยงธรรมยิ่ง ในหมู่ผู้ตัดสินทั้งหลาย)(ฮูด 11:44)

เมื่อพรรคพวกของนบีนูหฺที่ศรัทธาพร้อมกับท่าน ได้ลงมายังพื้นโลกอีกครั้ง ได้สืบทอดและแพร่เผ่าพันธุ์กันอีกรอบ และในรอบนี้ก็เช่นเหมือนครั้งก่อน อัลลอฮฺพระเจ้าผู้ทรงสร้างพวกเขา ทรงสร้างทุกสรรพสิ่งให้มนุษย์ที่พระองค์ทรงสร้างให้ทุกคนภักดีและทำตามที่พระองค์ทรงประสงค์ และได้ส่งบรรดาศาสนทูตมาสอน มาแนะนำและมาทำเป็นแบบอย่างให้แก่พวกเขา และทุกคนที่ได้ปฏิบัติเรียกมุสลิมหมายถึงผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม ยอมรับและจำนนต่อสิ่งที่อัลลอฮฺได้บัญญัติมาให้แก่พวกเขา เช่น

นบีอิบรอฮีมและนบีอิสมาอีล ที่มาเชิญชวนเพื่อนมนุษย์ในยุคสมัยกว่า 1800 ปีก่อนคริสต์ศักราช โดยทั้งสองได้กล่าววา {رَبَّنَا وَاجْعَلْنَا مُسْلِمَيْنِ لَكَ } (ข้าพระผู้เป็นเจ้าของข้าพระองค์ โปรดให้พระองค์ทั้งสองเป็นมุสลิม(ผู้นอบน้อม)ต่อพระองค์)(อัลบะเกาะเราะฮฺ 2:128) ท้้งสองท่านก็ขอวิงวอนจากอัลลอฮฺให้เขาได้เป็นมุสลิมหรือผู้ที่นับถือศาสนาอิลาม

นบียะอฺกูบ ซึ่งเป็นหลานของนบีอิบรอฮีม และใช้ชีวิตอยู่ในช่วงปี 1750 ก่อนคริสต์ศักราช ก็ได้ให้คำโอวาทแก่ลูกหลานของท่านว่า {إِنَّ اللَّهَ اصْطَفَىٰ لَكُمُ الدِّينَ فَلَا تَمُوتُنَّ إِلَّا وَأَنتُم مُّسْلِمُونَ} (ท้จริงอัลลอฮ์ได้ทรงเลือกศาสนาให้แก่พวกเจ้าแล้ว ดังนั้น พวกเจ้าจงอย่ายอมตามเป็นอันขาด นอกจากในขณะที่พวกเจ้าเป็นผู้สวามิภักดิ์(ต่ออัลลฮ์) เท่านั้น)(อัลบะเกาะเราะฮฺ 2:132) คือ เป็นผู้ที่ใช้วิถีชีวิตตามที่อัลลอฮฺกำหนด หรือเป็นมุสลิม

และนบีคนอื่นๆ ในทุกยุคทุกสมัยก็ยอมรับในตัวเขาว่าเขาเป็นมุสลิมและเชิญชวนคนอื่นให้นอบน้อมยอมรับวิถีชีวิตตามแนวทางอิสลาม

 

 

 

 

 

 

 

Tags:

 

[ 1 ]

[ที่บ้านของซัลมาน อัลฟารีซีย์ สหายของนบีผู้ทรงเกียรติ … ห้องเล็กๆ ลักษณะถ่อมตน ไม่มีสิ่งตกแต่งใดๆ แต่สภาพของห้องเรียบร้อยและมีระเบียบ มีเบาะเป็นเก้าอี้รับแขกเล็กๆ สูงเกือบสัมผัสกับพื้น … ภายในห้อง อุไมมะฮฺ ภรรยาของซัลมานกำลังปัดกวาดทำความสะอาดห้องอยู่ … ก็อกๆ ก็อกๆ เสียงเคาะประตูอยู่หน้าห้อง]

อุไมมะฮฺ : ใครอยู่ข้างนอก
เสียง : ฉันเอง… อุมมุลดะรฺดาอฺ
อุไมมะฮฺ : [เปิดประตู] อะหฺลัน วะซะหฺลัน ยินต้อนรับท่านอุมมุลดะรฺดาอฺ
อุมมุลดารฺดาอฺ : ฉันรู้สึกว่าเจ้ากำลังทำความสะอาดห้องอยู่นะ ก็จงทำให้เสร็จเถอะ…อุมมุลอับดุลลอฮฺ
อุไมมะฮฺ : ฉันกวาดห้องเสร็จแล้ว..อุมมุลดารฺดาอฺ เชิญนั่งลงด้วยความยินดียิ่ง [ทั้งสองนั่งบนเก้าอี้รับแขก]
อุมมุลดารฺดาอฺ : เป็นอย่างไรบ้าง?…อุมมุลอับดุลลอฮฺ และสามีของท่านซัลมานเป็นไงบ้าง?
อุไมมะฮฺ : ด้วยความดีงามที่อัลลอฮฺประทานให้และสุขภาพที่ดี แล้วอะบูดารฺดาอฺเป็นไงบ้าง หวังว่าท่านสบายดี
อุมมุลดารฺดาอฺ : เจ้าถามฉันเกี่ยวกับอะบูดารฺดาอฺ เขาอยู่ในสภาพของเขาที่ดี
อุไมมะฮฺ : อะไรเกิดขึนกับท่าน? ท่านรักเขาไม่ใช่หรือ?
อุมุลดารฺดาอฺ : ใช่… อย่างที่ฉันรัก และอย่างที่เขารักตัวเขา
อุไมมะฮฺ : อย่างที่เขารักตัวเขา ไม่ใช่อย่างที่ท่านรัก
อุมมุลดารอาอฺ : อัซตัฆฟีรุลลอฮฺ..ขออัลลอฮฺยอกโทษด้วยเถิด…น้องรัก ฉันไม่ได้พูดเช่นนั้น
อุไมมะฮฺ : ท่านต้องการเช่นนั้น แต่ท่านไม่พูด
อุมมุลดารฺดาอฺ : ฉันไม่ได้มาฟ้องเกี่ยวกับอาบูดารฺดาอฺสักกะหน่อย
อุไมมะฮฺ : แต่ในตัวของท่าน ท่านกำลังปิดบังฉัน รู้สึกว่าท่านกำลังไม่พอใจสามีีของท่าน
อุมมุลดารฺดาอฺ : บาปกรรมจริงอุมมุลอับดุลลอฮฺนี้.. ความคิดแบบนี้ของเจ้าเอามาจากไหน?
อุไมมะฮฺ : จากสำเนียงคำพูดของท่าน
อุมมุลดารฺดาอฺ : นำไปใช้สำหรับตัวเจ้าเถอะนะอุไมยะฮฺ จริงๆแล้ว ฉันพอใจ… ฉันพอใจ
อุไมยะฮฺ : แล้วอะไรทำให้ท่านอยู่ในสภาพอย่างที่เห็นนี้
อุมมุลดารฺดาอฺ : สภาพของฉันไปฟ้องอะไรเจ้า
อุไมมะฮฺ : ผมของท่านยุ่งเหยิง ไม่มีร่องยอยการใส่น้ำมันและไม่มีน้ำมีนวล
อุมมุลดารดาอฺ : วันนี้ฉันยุ่งอยู่กับพับเสื้อผ้าของอะบูดารฺดาอฺ เลยทำให้ฉันไม่มีเวลาดูแลผมของฉัน
อุไมมะฮฺ : ที่ฉันหมายถึงก็คือเห็นร่องรอยท่านไม่ได้ใส่น้ำมันมานานแล้ว ถ้าท่านไม่มีน้ำมันฉันจะให้บางส่วนของฉันไปใช้
อุมมุลดารฺดาอฺ : ฉันมีน้ำมัน อัลหัมดุลิลลาฮฺ .. ฉันก็มีหวีเช่นกัน วันหลังตอนจะมาหาเจ้าฉันจะใส่น้ำมันและจะหวีผมให้เรียบร้อย
อุไมมะฮฺ : เพื่อฉันหรือเพื่ออะบูดารฺดาอฺ
อุมุลดารฺดาอฺ : เพื่อเจ้าก่อนแล้วเพื่ออะบูดารฺดาอฺ
อุไมมะฮฺ : ไม่..ต้องเพื่ออะบูดารฺดาอฺก่อนแล้วเพื่อฉัน
อุมมุลดารฺดาอฺ : ก็เหมือนกัน…อุไมมะฮฺ แล้วแต่เจ้าต้องกัน
อุไมมะฮฺ : [เขาไม่ต้องการยอมรับตามที่อุมมุลดารฺดาอฺสรุป] แบบนี้ถูกต้องใช่ไหม?
อุมมุลดารฺดาอฺ : แล้วอะไรละ ?
อุไมมะฮฺ : ฉันไม่แปลกเลยที่เขาจะมองท่านเหมือนไม่ใช่หญิงสาวหรือหญิงโสด
อุมมุลดะรฺดาอฺ : บิลลาฮิ.. ด้วยอัลลอฮฺ ขอเถอะ.. ปล่อยฉันเถิดในเรื่องนี้ ฉันมานี้มาเยี่ยมเจ้าเพื่อที่จะไม่ให้ลืมเจ้า ไม่ใช่มาเพื่อให้เจ้าวิจารณ์เสื้อผ้าและผมของฉัน
อุไมมะฮฺ : โอ้ผู้ประเสริฐ โอ้ลูกสาวอะบูหะดร็อฺด ท่านไม่ควรลืมอย่างยิ่ง เมื่อท่านเราะซูลุลลอฮฺ(ศ็อลฯ)ได้ทำให้มุฮาญิรีนและอันศอรฺเป็นพี่น้องกัน และสามีีของฉันก็เป็นพี่น้องกับสามีของท่าน
อุมมุลดารฺดาอฺ : ไม่ลืมสิ่งนี้แน่นอน
อุไมมะฮฺ : ซัลมาน อัลฟารีซีย์และอะบูดารฺดาอฺ อัลค็อซญีย์ เป็นหนึ่งเดียวกัน และฉันกับท่านก็เป็นหนี่งเดียว
อุมมุลดารฺดาอฺ : ถูกต้อง
อุไมมะฮฺ : แล้วเป็นไปได้หรือที่ฉันจะใส่เสื่อผ้าที่ดีกว่าเสื้อผ้าของท่าน และฉันจัดการกับผมของฉันแล้วไมจัดการกับผมของท่าน
อุมมุลดารฺดาอฺ : เจ้าไม่ต้องห่วงฉันในเรื่องนี้ อุไมมะฮฺ ฉันไม่มีอะไรที่จะมาจูงใจให้ส่วยงามเหมือนเจ้า
อุไมมะฮฺ : แต่.. ฉันขอสาบานกับอัลลอฮฺ ว่าในอดีตท่านเป็นหญิงสาว
อันศอรฺที่เค็มที่สุด มีผมที่สวยที่สุดและการแต่งกายที่งดงามที่สุด
อุมมุลดารฺดาอฺ : นั้นเป็นสมัยเก่า สมัยนี้มันไม่เหมือนกัน
อะไมมะฮฺ : ไม่เหมือนตรงไหน
อุมมุลดารฺดาอฺ : ตอนนั้นอะบูดารฺดาอฺเป็นพ่อค้า แต่ทุกวันนี้อะบูดารฺดาอฺหมกมุ่นกับการทำอิบาดัต ทิ้งการทำการค้า !
อุไมมะฮฺ : อะไรทำให้อะบูดารฺดาอฺยอมให้เป็นเช่นนั้น
อุมมุลดารฺดาอฺ : เขาคิดว่าทั้งสองอย่างไม่สามารถที่จะรวมกันได้ คือ อิบาดัตกับการค้้า
อุไมมะฮฺ : อะไรที่ห้าม? นี้ก็ซัลมาน..จนถึงทุกวันนี้ยังรับจ้างขุดหลุม และกินจากการทำงานด้วยน้ำมือขอตนเองและเขามีความเห็นว่าการทำงานด้วยมือตนเองเป็นงานที่ดีที่สุด
อุมมุลดารฺดาอฺ : นี่อุมมุลอับดุลลอฮฺ เจ้าไม่รู้หรือว่าสามีของเจ้านั้นอยู่ในสภาพอื่น? เขาเป็นชายที่ไม่ทำงานหนึ่งไปทำให้อีกงานหนึ่งเสีย
อุไมมะฮฺ : อุมมุลดารฺดาอฺ ท่านไม่จำเป็นจะต้องเดินตามรอยเท้าสามีของท่าน โดยลืมสิ่งที่สตรีที่แต้งงานแล้วควรจะตกแต่งตัวให้สวย? เพื่อสามีของท่านใช่หรือไม่ ?
อุมมุลดารฺดาอฺ : สามีของฉันนี้เหมือนกับว่าสำหรับเขาไม่มีอะไรที่มีความหมายอะไรเลยกับความสวยของฉัน ฉันจะแต่งตัวหรือไม่แต่งตัวก็เหมือนกัน จะแต้มตาไม่แต้ม จะหวีผมหรือไม่หวีก็มีค่าเท่ากัน แบบนี้แล้วจะแต่งให้สวยไปให้ใคร? ให้ชัยฏอนใช่ไหม ?
อุไมมะฮฺ : ขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺ อุมมุลดารดาอฺ ท่านพูดเช่นนั้นได้อย่างไร?
อุมมุลดารฺดาอฺ : ฉันจะทำอะไรแก่เจ้า? ให้ฉันอยู่ที่นี้แล้วให้เจ้าสัมภาษณ์ฉันจนฉันประกาศบอกเจ้า
อุไมมะฮฺ : ใช่.. ท่านทำอะไรบ้างผู้ทรงความดี แรกเริมท่านควรบอกความจริงแก่ฉันในสิ่งที่ท่านพบเจอ
อุมมุลดารฺดาอฺ : จะดีหรือที่ฉันจะทำเช่นนั้น นอกจากฉันโยนความกังวลของฉันบนความกังวลของเจ้า
อุไมมะฮฺ : เผือว่าฉันสามารถทำอะไรบางอย่างแก่ท่าน
อุมมุลดารฺดาอฺ : อะไรที่เจ้าสามารถทำได้แก่ฉัน? ให้เสื้อใหม่แก่ฉันจากเสื้อของเจา?
อุไมมะฮฺ : ถ้าท่านต้องการ ฉันมีสิ่งที่ท่านชอบ
อุมมุลดารดาอฺ : ไม่ละ…อุมมุลอับดุลลอฮฺ เก็บไว้เถอะ เสื้อของเจ้าจะดีที่สุดสำหรับเจ้า .. เจ้ารู้ไหม สามีของฉันทำยังไงกับเสื้อที่เจ้าให้มอบให้แก่ฉันครั้งก่อน ?
อุไมมะฮฺ : เขาทำไงกับเสื้อตัวนั้น
อุมมุลดารฺดาอฺ : วันหนึ่งเขาได้เห็นเสื้อตัวนั้นอยู่บนตัวฉัน เขาบอกให้ฉันถอดเสื้อตัวนั้นออกและบริจาคให้แก่คนจนคนหนึ่งในครอบครัวเขา
อุไมมะฮฺ : ขออัลลอฮฺอภัยแก่อะบูดารฺดาอฺด้วยเถิด.. วัลลอฮิ..ฉันจะต้องพูดกับซัลมานให้เขาเตือนอะบูดารฺดาอฺ
อุมมุลดารฺดาอฺ : อย่านะอุมมุลอับดุลลอฮฺ อย่าทำแบบนั้น
อะไมมะฮฺ : ทำไมทำเช่นนั้นไม่ได้ ?
อุมมุลดารฺดาอฺ : นี้เป็นความลับระหว่างฉันกับสามีของฉัน ไม่สมควรที่ฉันจะบอกให้คนอื่นรู้สิ่งที่เกิดขึ้นฉันกับเขา
อุไมมะฮฺ : สามีของท่านจะไม่รู้อะไรเลย เพราะซัลมานตามที่ท่านรู้ เขาทำได้อย่างนุ่มนวลและรู้กาละเทสะ
อิมมุลดารฺดาอฺ : ไม่นะน้องรัก ฉันอายแก่สามีของเจ้ามากกว่าที่จะอายแก่สามีเองฉัน
อุไมมะฮฺ : ซัลมาน คือ พี่ชายของสามีท่าน เขาก็ในฐานะพี่ชายท่าน
อุมมุลดารฺดาอฺ : แม้กระทั้งพี่น้องฉัน น้าของฉันและแม่ของฉัน ฉันอายในเรื่องแบบนี้
อุไมมะฮฺ : เช่นนั้นจงรู้ไว้เถิดว่า จริงๆแล้วซัลมานได้รู้ความลับที่ท่านได้ปกปิดนี้แล้ว
อุมมุลดารฺดาอฺ : วิบัติแน่ เขารู้จากใคร?
อุไมมะฮฺ : รู้จากท่าน !
อุมมุลดารฺดาอฺ : เจ้าพูดอะไรน่ะ ?
อุไมมะฮฺ : เขาได้ไปเยี่ยมพวกท่านในวันหนึ่ง เขาเห็นสภาพของท่านแล้วเขาไม่สบายใจ เลยถามท่าน ท่านก็ตอบว่า “พี่ชายของท่าน อะบูดารฺดาอฺ เขาไม่ต้องการวัตถุบนโลกนี้แล้ว”
อุมมุลดารฺดาอฺ : โอ้ตายแล้ว..! จริง..ฉันพูดกับเขาเช่นนั้น แต่ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น ที่ฉันพูดแบบนั้นเป็นการจะบอกเขาที่ปฏิเสธเสื้อผ้าที่เขามามอบให็
อุไมมะฮฺ : ท่านจะตั้งใจอย่างไรก็ตาม แต่ด้วยความฉลาดของซัลมาน เขาสามารถเดาสิ่งที่เกิดขึ้นจริงได้ สำหรับฉันก็เช่นกัน บางครั้งฉันปิดเป็นความลับแก่เขาแต่เขา แต่เขาก็ยังสามารถค้นพบความลับนั้นได้ เสมือนกับเขาเปิดหนังสืออ่าน
อุมมุลดารฺดาอฺ : อายมากเลย อัปยศมากเลย
อุไมมะฮฺ : สบายใจได้ จริงๆแล้วเขาไม่ใช่ใคร เขาเป็นพี่ที่ซื้อสัตย์ของท่าน

 


[ 2 ]
[ที่บ้านของอะบูดารฺดาอฺ ในห้องที่คล้ายกับห้องของซุลมาน อัลฟาริซีย์ แต่ดูสมถะมากมากกว่า]

อะบูดารฺดาอฺ : [ต้อนรับซัลมาน อ้ลฟาริซีย์] ด้วยความรักต่อท่าน โอ้..อะบู
อับดุลลอฮฺ โอ้..อัศวินในอดีต
ซัลมาน : [ด้วยความปิติ] อัศวินในอดีต!.. พ่อกับแม่ฉันที่ตั้งฉายาฉันแบบนี้
อะบูดารฺดาอฺ : ศ็อลล็อลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม
ซัลมาน : ฉันมาพร้อมกับภรรยาของฉันครับท่านอะบูดารฺดาอฺ
อะบูดารฺดาอฺ : ยินดีต้อนรับภรรยาของท่านด้วยครับ อะบูอับดุลลอฮฺ
ซัลมาน : ฉันจะมารับประทานอาหารบ้านท่านและอาหารค่ำบ้านท่าน
อะบูดารฺดาอฺ : ด้วยความยินดียิ่งสหายรัก ภรรยาท่านอยู่ไหน ?
ซัลมาน : เขามาก่อนฉัน .. ตอนนี้อยู่ในบ้านกับภรรยาของท่าน
อะบูดารฺดาอฺ : แปลกจริง .. ฉันไม่รู้ตัวเลย
ซัลมาน : ตามที่ท่านรู้ท่าน…จะต้องยุ่งทั้งวันกับครอบครัวของท่าน และหวังว่าท่านจะยุ่งกับพวกเขาในเวลากลางคืนด้วย
อะบูดารฺดาอฺ : เมื่อบุตรีอะบูหะดร็อดมาเขาก็ควรบอกฉัน [ตะโกนเรียก]
อุมมุลดารฺดาอฺ ! อุมมุลดารฺดาอฺ !
อุมมุลดารฺดาอฺ : [เสียงของเขา] ลับไบยกะ .. ค๊าอยู่นี้.. อะบูดารฺดาอฺ
อะบูดารฺดาอฺ : นี้ซัลมานพี่ชายฉัน.. อยู่กับฉัน
อุมมุลดารฺดาอฺ : ยินดีต้อนรับซัลมาน และนี้ภรรยาของพี่ชายท่านอยู่กับฉัน
อะบูดารฺดาอฺ : ยินดีต้องรับภรรยาของซัลมา.. อุมมุดารฺดาอฺก็ทำอะไรให้แก่เขาทั้งสองสักอย่าง เขาทั้งสองจะมากินอาหารกับเรา
อุมมุลดารฺดาอฺ : กินมือค่ำเช่นกัน
อะบูดารฺดาอฺ : ใช่..ใช่.. เตรียให้เขาทั้งสองตามที่เจ้ามี
อุมมุลดารฺดาอฺ : ฉันเตรียมทุกอย่างแล้ว
อะบูดารฺดาอฺ : เจ้าทำดีมาก ขออัลลอฮฺตอบแทนสิ่งที่ดีแก่เจ้าด้วย
[ 3 ]
อะบูดารฺดาอฺ : เชิญครับ.. อะบูอับดุลลอฮฺ อุมมุลดารฺดาอฺได้เตรียมอาหารเรียบร้อยแล้ว
ซัลมาน : [มองไปที่จานตรงหน้าเขาที่วางอยู่สำรับอาหาร] มาชาอฺอัลลอฮฺ .. อุมมุลดารฺดาอฺ.. เจ้าเหนื่อยสำหรับพวกเรา เจ้าได้เตรียมอาหารดีๆแก่พวกเรา
อะบูดารฺดาอฺ : ทานเถิดครับท่าน ทานด้วยความสุขและยินดี
ซัลมาน : แล้วท่านทำไมไม่นั่งกินด้วย?
อะบูดารฺดาอฺ : ขอโทษด้วยครับท่านซัลมาน วันนี้ฉันถือศีลอด
ซัลมาน : ถือศีลอด ? ฉันมาจากบ้านเพื่อทานอาหารกับท่าน แล้วท่านถือศีลอด?
อะบูดารฺดาอฺ : ฉันได้ตั้งใจถือศีลอดก่อนที่เจ้าจะมาหาเรา
ซัลมาน : ถ้าเช่นนั้นก็ละศีลอด เพราะฉันมาบ้านท่าน
อะบูดารฺดาอฺ : ไม่ให้ฉันถือศีลอดจนครบวันหรือซัลมาน? ฉันจะนั่งกับเจ้าและพูดคุยกับเจ้าระหว่างที่ท่านทานอาหาร
ซัลมาน : แบบนี้ถูกหรือ? ตามประเพณีของคนอาหรับพวกท่านเขาทำแบบนี้หรือ?
อะบูดารฺดาอฺ : อนาถนักสิ่งที่เจ้าพูด.. อัลลอฮฺทรงให้เกียรติแก่พวกเราด้วยอิสลาม ให้เรามากมายกว่าประเพณีอาหรับ
ซัลมาน : น่าอนาถจริงในสิิ่งที่ท่านกำลังทำอยู่ อิสลามไม่เห็นดีกับสิ่งที่ท่านทำ เพราะฉันได้ยินท่านเราะซูลุลลอฮฺ(ศ็อลฯ) กล่าวว่า ” إِنَّمَا بُعِثْتُ لِأُتَمِّمَ مَکَارِمَ الْأَخْلَاقِ” (แท้จริงฉันถูกส่งเพื่อเติมเต็มจริยธรรมที่ทรงเกียรติ) .. ฉันจะไม่ทานจนกว่าท่านจะทานด้วย
อะบูดารฺดาอฺ : ครับ.. ถ้าเช่นนั้นฉันก็จะทานกับท่าน ซัลมาน .. บิซมิลลาฮฺ .. ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ..
ซัลมาน : บิซมิลลาฮฺ .. ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ.. [ทั้งสองก็ร้บประทานอาหารในจานที่ยกมา]

[ 4 ]
[อุมมุลดารฺดาอฺกำลังแต่งกายให้สวยอยู่และมีภรรยาของซัลมานช่วยอยู่]

อุมมุลดารฺดาอฺ : ดูเถอะอุไมยะฮฺ สามีของเจ้ากลับจาละหมาดอิชาอฺแล้ว แต่
อะบูอารฺดาอฺยังไม่กลับมาเลย
อุไมยะฮฺ : เขาอาจจะตามหลังมา
อุมมุลดารฺดาอฺ : ขอสาบานกับอัลลอฮฺ .. นี้หรือเป็นสิ่งที่ดี เขามีแขกแทนที่เขาจะกลับก่อนแขก แต่ให้แขกกลับมาถึงบ้านก่อน
อุไมมะฮฺ : ปล่อยเรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่ของซัลมานเถิด เขามีหน้าที่สอนมารยาทให้แก่อะบูดารฺดาอฺ
อุมมุลดารฺดาอฺ : จริงของเจ้า อย่างวันนี้เขาได้ทำสิ่งที่ดีให้อะบูดารฺดาอฺ
อุไมมะฮฺ : งั้นเรามาแต่งกายให้ท่านให้เสร็จ
อุมมุลดารฺดาอฺ : ฉันแต่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว .. เจ้าต้องการอะไรอีก
อุไมมะฮฺ : ดีแล้ว ท่านยังไม่จับมันใช่ไหม.. ปล่อยมันไว้แบบนั้น ให้อยู่ระหว่างช่วงไหลด้วย

[ 5 ]
ซัลมาน : [อะบูซะรฺ เข้ามาจากข้างนอก] ขอโทษด้วยนะ..อะบูซะรฺ ที่ฉันกลับมาถึงบ้านท่านก่อนท่าน
อะบูดารฺดาอฺ : ไม่เป็นไร.. ฉันนี้แหละที่ต้องขอโทษ ที่ฉันกลับจากมัสยิดช้า ตามสบายเถอะ.. บ้านนี้ก็บ้านของเจ้า
ซัลมาน : ขออัลลอฮฺทรงประทานอภัยแก่อุมมุลดารฺดาอฺด้วย เขาทำให้เรากินอาหารค่ำเยอะเลยทำให้ง่วงนอนเร็ว
อะบูดารฺดาอฺ : ถ้าเจ้าต้องการที่จะนอนก็เข้าไปหาภรรยาของเจ้าเถอะ เราได้เตรียมห้องนอนแก่ท่านทั้งสอง ให้ได้นอนสบาย
ซัลมาน : แล้วท่านละ จะไม่ร่วมหลับนอนกับภรรยาของท่านหรือ?
อะบูดารฺดาอฺ : ไม่ใช่ตอนนี้.. ฉันจะอยู่ตรงนี้สักครู่ เพื่อที่ฉันจะได้ตื่นละหมาดตะหัจญุด
ซัลมาน : บาปกรรมแล้ว..อะบูดารดาอฺ.. ท่านทำดีกับฉันกับภรรยาฉัน ที่ได้นอนที่บ้านท่าน และท่านลุกขึ้นละหมาดตะหัจญุในเวลาที่ภรรยาของท่านอนอนรอท่านอยู่
อะบูดารฺดาอฺ : วันนี้เจ้ามาแปลกมากนะซัลมาน เจ้ามีอะไร?
ซัลมาน : ถ้าท่านไม่ชอบให้ฉันนอนที่บ้านท่าน ฉันก็จะกลับไปนอนที่บ้านฉัน
อะบูดารฺดาอฺ : ขออัลลอฮฺคุ้มครองเถิดสหายรัก.. เจ้าเข้าไปหาภรรยาเจ้าและฉันก็จะไปหาภรรยาของฉน
ซัลมาน : ท่านต้องเข้าไปก่อนแล้วฉันจะเข้าไปตามหลังท่าน
อะบูดารฺดาอฺ : ครับท่าน.. อะบูอับดุลลอฮฺ
ซัลมาน : จำไว้นะ.. ท่านอย่าตื่นละหมาดกลางคืนจนกว่าฉันจะปลุกท่านในตอนท้ายของคืน แล้วเราก็จะละหมาดพร้อมๆกัน
อะบูดารฺดาอฺ : [พูดล้อเล่นเบาๆ] รับฟังครับท่าน

[ 6 ]
[หลังจากเวลาผ่านไปหลายวัน]

อะบูดารฺดาอฺ : นี้ซัลมานเจ้าเป็นอะไร? เจ้าอยู่บ้านฉันและไปเอาอาหารมาจากบ้านเจ้ามาได้อย่างไร?
ซัลมาน : เราอยู่บ้านท่านครบ 3 วันแล้ว ก็ไม่สมควรที่ฉันจะเป็นแขกของท่านอีกต่อไป
อะบูดารฺดาอฺ : ไม่เป็นไร.. จะอยู่ที่บ้านฉันทั้งสองคนหรือจะให้เราไปที่บ้านเจ้าก็ได้ทั้งนั้น
ซัลมาน : ถ้าอย่างนั้นท่านกับภรรยาของท่านก็ไปอยู่บ้านฉันบ้าง
อะบูดารฺดาอฺ : โอ.. ไม่ใช่แบบนั้น เราไม่ได้ขอไปบ้านเจ้า
ซัลมาน : ก็เพื่อเราจะได้ร่วมกันทำดีและร่วมกันเสริมสร้างตักวา .. เราไปมัสยิดด้วยกัน เรากลับบ้านด้วยกัน และเราตื่นละหมาดตอนท้ายของคืนด้วยกัน
อะบูดารฺดาอฺ : [ด้วยความไม่สบายใจ] นี้ซัลมาน ฉันได้อดทนกับเจ้ามานานแล้ว ตอนนี้ฉันก็จะพูดความจริงกับเจ้า เจ้าไม่ได้ทำในสิ่งที่ดีกับฉันแต่เจ้ามาวุ่นวายกับชีวิตฉัน ตั้งแต่เจ้ากับภรรยาของเจ้ามาอยู่บ้านฉัน ฉันไม่สามารถถือศีลอด ฉันไม่สามารถตื่นละหมาดกลางคืน
ซัลมาน : ฉันก็เหมือนกัน ตอนนี้ฉันก็จะพูดความจริงกับท่าน ถ้าท่านต้องการให้ตัวท่านอยู่ใกล้อัลลอฮฺ ด้วยการกระทำของท่านที่เป็นแบบนี้ อัลลอฮฺไม่ต้องการให้ท่านอยู่ใกล้พระองค์หรอก เพราะท่านได้ละทิ้งหน้าที่และสิทธิที่เจ้าควรกระทำ
อะบูดารฺดาอฺ : สิทธิอะไรที่ฉันไม่ได้ทำ?
ซัลมาน : พระเจ้าของท่านก็ควรได้รับสิทธิจากท่าน ร่างกายของท่านก็เรียกร้องสิทธิจากท่าน ภรรยาของท่านก็ควรได้รับสิทธิของเขาจากท่าน ก็จงมอบสิทธิต่างๆเหล่านี้แก่คนที่ควรจะได้
อะบูดารฺดาอฺ : ใช่..สิ่งนี้ถูกต้อง แต่ฉันก็ให้สิทธิที่ทุกคนควรได้รับแล้ว
ซัลมาน : แต่รู้ไหมว่า ท่านไม่ได้ให้สิทธิแก่ร่างกายของท่าน และสิทธิของภรรยาของท่าน
อะบูดารฺดาอฺ : ด้วยเหตุนี้ใช่ไหมที่เจ้าอยู่กับเราหลายวันมานี้
ซัลมาน : ใช่.. เพื่อที่จะพาท่านให้อยู่บนความดีและเดินไปบนแนวทางที่สวยงาม
อะบูดารฺดาอฺ : นั้นเป็นความเห็นของเจ้านะซุไลมาน แต่ความเห็นของฉันเป็นแบบอื่น
ซัลมาน : ถ้าอย่างนั้นเราไปหานบี(ศ็อลฯ)เพื่อให้ท่านตัดสิน เพื่อที่เราจะได้รู้ว่าแนวทางของใครที่ควรกระทำ
อะบูดารฺดาอฺ : ซัลมาน..เจ้านี้ยุติธรรมจริง ถ้าอย่างนั้นเราไปเถอะ

[ 7 ]
[ที่บ้านของซัลมาน .. อุมมุลดารฺดาอฺมาเยี่ยมอุไมมะฮฺในสภาพที่งดงาม]
อุไมมะฮฺ : อะหฺลัน อะหฺลัน.. ยินดีต้อนรับมากเลย อุมมุลดารฺดาอฺ วันนี้ฉันเห็นท่านอยู่ในสภาพที่งดงามดีมาก
อุมมุลดารฺดาอฺ : ขออัลลอฮฺตอบแทนในสิ่งที่ดีแก่เจ้าและแก่ซัลมานสามีของเจ้า .. ทุกวันนี้พฤติกรรมของอะบูดารฺดาอฺได้เปลี่ยนไป
อุไมมะฮฺ : หะดีษนบี(ศ็อลฯ)ที่เปลี่ยนเขา
อุมมุลดารฺดาอฺ : ใช่ … ทำให้สามีของฉันไม่สามารถโต้แย้งได้ในทุกกรณ๊
อุไมมะฮฺ : ความพินาศของคนมักมาก(มุตะนัตฏิอูน : (هَلَكَ الْمُتَنَطِّعُونَ
อุมมุลดารฺดาอฺ : สรุปหะดีษที่ท่านนบีตัดสินเมื่ออะบูดารฺดาอฺกับซุลมานให้ท่านตัดสิน ท่านกล่าวว่า “ซัลมานได้ทำในสิ่งถูกต้อง ซัลมานเก่งกว่าเจ้า โอ้อะบูดารฺดาอฺ … ความพินาศของคนมักมาก ! ความพินาศของคนมักมาก! ความพินาศของคนมักมาก! …
… هَلَكَ الْمُتَنَطِّعُونَ ، هَلَكَ الْمُتَنَطِّعُونَ ، هَلَكَ الْمُتَنَطِّعُونَ”

 

[ปิดฉาก]

 

cropped-space-art-wallpaper-space-7076692-1440-9003

[ฉากที่ 7]

[ซะอฺละบะฮฺและซุไฮเราะฮฺภรรยาของเขาได้มาที่บ้านของอะบูซะรฺ]

ซูไฮเราะฮฺ : ด้วยความอ่อนโยนและความเมตตาของท่าน โอ้ท่านอะบูซะรฺ ขอให้ท่านได้ร้องขอช่วยซะอฺละบะฮฺจากเราะซูลุลลอฮฺ(ศ็อลฯ) ด้วยเถิด
อะบูซะรฺ : ฉันร้องขอให้แก่เขาหลังจากอัลลอฮฺได้ประทานอายะฮฺ

وَمِنْهُم مَّنْ عَاهَدَ اللّهَ لَئِنْ آتَانَا مِن فَضْلِهِ لَنَصَّدَّقَنَّ وَلَنَكُونَنَّ مِنَ الصَّالِحِينَ فَلَمَّا آتَاهُم مِّن فَضْلِهِ بَخِلُواْ بِهِ وَتَوَلَّواْ وَّهُم مُّعْرِضُونَ

(“และในหมู่พวกเขานั้นมีผู้ที่ได้สัญญาแก่อัลลอฮ์ว่า ถ้าหากพระองค์ได้ทรงประทานแก่พวกเรา ซึ่งส่วนหนึ่งจากความกรุณาของพระองค์แล้วไซร้ แน่นอนเหลือเกิน พวกเราจะบริจาคทานและแน่นอนพวกเราจะได้เป็นผู้อยู่ในหมู่คนดี” “ครั้นเมื่อพระองค์ได้ทรงประทานให้แก่พวกเขา ซึ่งส่วนหนึ่งจากความกรุณาของพระองค์พวกเขาก็ตระหนี่ในส่วนนั้นและได้ผินหลังให้ โดยที่พวกเขาเป็นผู้ผินหลังให้อยู่แล้ว” (อัต-เตาบะฮฺ 9:75-76))
กระนั้นหรือ ?

 ซุไฮเราะฮฺ    ร้องอุทรณ์ต่อท่านนบี ให้ท่านนบียอมรับการบริจาคของซะอฺละบะฮฺ
 ซะอฺละบะฮฺ  : ใช่.. ร้องอุทรณ์ต่อท่านเถิด อะบูซะรฺ ให้ท่านเราะซูลุลลอฮฺรับการบริจาคของฉัน เพราะมันเป็นสิ่งเล็กน้อย
 อะบูซะรฺ เราะซูลุลลอฮฺ(ศ็อลฯ) ได้ปฏิเสธแล้วจะไม่รับตลอดไปไม่ว่าจะเป็นการร้องขอของใคร
 ซุไฮเราะฮฺ  โอ้อะบูซะรฺ เขาเตาบัตแล้ว สำนึกแล้ว ขอลุโทษแล้ว และอัลลอฮฺจะทรงตอบรับการขอลุโทษจากบ่าวของพระองค์
 อะบูซะรฺ ถ้าอัลลอฮฺทรงให้รู้ว่าสิ่งนั้นดี ท่านนบี(ศ็อลฯ)ก็ตอบรับการเตาบัตของเขา
 ซะอฺละบะฮฺ : ขออุทรณ์จากทานนบี ถ้าเช่นนั้น ทำไมท่านขอดุอาให้ทรีพย์สินแก่้ฉันแล้วจะเอาสิทธิจากทรัพย์สินนั้น
 อะบูซะรฺ : เจ้าได้ยินไหม ซูไฮเราะฮฺ ?  เขาไม่กลัวอะไร นอกจากทรัพย์สินของเขาหมดไปเท่านั้น
 ซะอฺละบะฮฺ : ซุบฮานัลลอฮฺ .. มีใครบ้างที่ไม่กลัวทรัพย์สินของตนเองหมดไป 
 ซุไฮเราะฮฺ : วิบัติแก่เจ้าแล้วซะอฺละบะฮฺ .. พูดออกมาว่าเจ้าได้ว่าเตาบัตแล้ว สำนึกแล้ว
 ซะอฺละบะฮฺ : จริงครับ อะบูซะรฺ ฉันได้เตาบัต ฉันเสียใจและสำนึกแล้ว
 อะบูซะรฺ : แล้วเจ้าอยู่ไหนกับคำตรัสของอัลลอฮฺที่ว่า

فَأَعْقَبَهُمْ نِفَاقاً فِي قُلُوبِهِمْ إِلَى يَوْمِ يَلْقَوْنَهُ بِمَا أَخْلَفُواْ اللّهَ مَا وَعَدُوهُ وَبِمَا كَانُواْ يَكْذِبُونَ

(“แล้วพระองค์ก็ทรงให้การกลับกลอกในหัวใจของพวกเขาเป็นผลลัพธ์ แก่พวกเขา จนกระทั่งถึงวันที่พวกเขาจะพบพระองค์ เนื่องจากการที่พวกเขาบิดพริ้วต่ออัลลอฮ์ ในสิ่งที่พวกเขาให้สัญญาไว้แก่พระองค์ และเนื่องจากการที่พวกเขาปฏิเสธ(อัต-เตาบะฮฺ 9:77))

 ซะอฺละบะฮฺ : ไม่ครับท่าน . . ฉันขอสาบานกับอัลลอฮฺ .. ฉันไม่ใช่คนกลับกลอก(มุนาฟิก) ฉันไม่ใช่คนปฏิเสธ
 อะบูซะรฺ อัลลอฮฺฆ่าเจ้า .. จะให้ฉันปฎิเสธคำตรัสของอัลลอฮฺแล้วมาเชือ่คำของเจ้าหรือ ? อัลลอฮฺได้ยืนยันการกระทำของเจ้าจากเหนือเจ็ดชั้นฟ้า
 ซะอฺละบะฮฺ : [ด้วยอาการที่หวาดกลัวมาก]  จากเหนือเจ็ดชั้นฟ้า ? จากเหนือเจ็ดชั้นฟ้า ? [หัวเราะลั่นออกมา อย่างเสียเส้นประสาท] ฮาฮา ฮาฮา ฮา… จากเหนือเจ็ดชั้นฟ้า ! จากเหนือเจ็ดชั้นฟ้า ! ฉันดีกว่าท่าน โอ้..อะบูซะรฺ อัลลอฮฺตรัสถึงฉันจากเหนือเจ็ดชั้นฟ้า ! 
 ซุไฮเราะฮฺ : วิบัติแก่เราแล้ว.. เขาบ้าแล้ว อะบูซะรฺ
 ซะอฺละบะฮฺ : บาปกรรมซะอฺละบะฮฺ..เล็กน้อยที่รู้จักขอบคุณดีกว่ามากมายที่ไม่เหลือ .. ใครกล่าวคำนี้? ท่านรู้จักเขาไหม อะบูซะรฺ ?
 อะบูซะรฺ บาปกรรมของเจ้า..คนกลับกลอก .. มุหัมมัด(ศ็อลฯ) คนกล่าวคำนี้แก่เจ้า
 ซุไฮเราะฮฺ สมองของเขาเพี้ยนแล้ว อะบูซะรฺ .. เขาบ้าแล้ว
 อะบูซะรฺ ไม่..เขาเป็นชัยฏอนมากกว่า .. เอาเขาออกไปจากฉัน
 ซะอฺละบะฮฺ  : [หัวเราะลั่นอีกครั้ง และซุไฮเราะฮฺผลักเขาออกไปนอกบ้าน] จากเหนือเจ็ดชั้นฟ้า ! จากเหนือเจ็ดชั้นฟ้า ! [ทั้งสองก็ออกไป]
อะบูซะรฺ : [ด้วยความเสียใจและสงบ] ลาเฮาลาวะลา กุวะตะอิลลาบิลลาอฺ(ไม่มีพลังและอำนาจใด ๆ นอกจากด้วยอัลลอฮฺ) ลาเฮาลาวะลา กุวะตะอิลลาบิลลาอฺ(ไม่มีพลังและอำนาจใด ๆ นอกจากด้วยอัลลอฮฺ)

رَبَّنَا لاَ تُزِغْ قُلُوبَنَا بَعْدَ إِذْ هَدَيْتَنَا وَهَبْ لَنَا مِن لَّدُنكَ رَحْمَةً إِنَّكَ أَنتَ الْوَهَّابُ

โอ้พระผู้เป็นเจ้าของพวกเรา ! โปรดอย่าให้หัวใจของพวกเราเอนเอียงออกจากความจริงเลย หลังจากที่พระองค์ได้ทรงแนะนำแก่พวกเราแล้ว และโปรดได้ประทานความเอ็นดูเมตตา จากที่ที่พระองค์ให้แก่พวกเราด้วยเถิด แท้จริงพระองค์นั้นคือผู้ทรงประทานให้อย่างมากมาย

 

 ปิดฉาก

%d9%86%d8%b5%d8%a7%d8%a8_%d8%b2%d9%83%d8%a7%d8%a9_%d8%a7%d9%84%d8%ba%d9%86%d9%85

[ฉากที่ 6]

[ที่บ้านของซะอฺละบะฮฺ ที่มีแสดงถึงความร่ำรวยและมีทรัพย์สิน .. ซะละบะฮฺกำลังต้อนรับเจ้าหน้าที่มารับซะกาตด้วยความไม่พอใจ]

 

เจ้าหน้าที่   : โอ้.. ซะอฺละบะฮฺ ฉันเป็นเจ้าหน้าที่เก็บบริจาคของเราะซูลุลลอฮฺ(ศ็อลฯ) และฉันมาเก็บซะกาตจากท่าน
ซะอฺละบะฮฺ : ฉันรู้ได้อย่างไรว่าเจ้าคือเจ้าหน้าที่ของเราะซูลุลลอฮฺ ?
เจ้าหน้าที่   : บาปกรรม.. ฉันจะโกหกว่าฉันมาจากเราะซูลุลลอฮฺหรือ.. ซะอฺละบะฮฺ?
ซะอฺละบะฮฺ : ฉันไม่รู้จักเจ้า
เจ้าหน้าที่   : นี้คือหนังสือของท่านเราะซูลุลลอฮฺ(ศ็อลฯ) [เอาหนังสือออกมาให้เขาซะละบะฮฺดู]
ซะอฺละบะฮฺ : [พูดด้วยเสียงอ่อน] อย่าว่าอะไรฉันเลยนะ เป็นสิทธิของฉันที่จะพิสูจน์ว่าใช่หรือไม่ใช่
เจ้าหน้าที่   : ถ้าอย่างนัั้นเราไปนับทรัพย์สินของท่านเถอะ
ซะอฺละบะฮฺ : ไปที่บ้านคนอื่นก่อนที่ต่อจากฉัน เสร็จแล้วมาหาฉัน
เจ้าหน้าที่   : เราไปหมดแล้ว ไม่มีแล้วที่ต่อจากท่าน
ซะอฺละบะฮฺ : ฉันไม่รู้จริง วัลลอฮฺฮิ ทำไมต้องบังคับสิ่งนี้กับมุสลิมด้วย .. นี้ไม่ใช่อะไรนอกจากเก็บส่วย !
เจ้าหน้าที่   : กอบิหุกัลลอฮฺ .. -อัลลออฺทำให้เจ้าน่าเกลียด- .. เจ้าพูดอะไรไป?
ซะอฺละบะฮฺ : สิ่งที่ฉันพูดออกไปนั้นไม่มีอะไร นอกจากเป็นสิ่งที่ดี
เจ้าหน้าที่   : วัลลอฮฺฮิ .. ฉันขอสาบานกับอัลลอฮฺ เราจะนำเรื่องนี้ไปบอกท่านนบี(ศ็อลฯ)
ซะอฺละบะฮฺ : ทำได้เลย
เจ้าหน้าที่   : วัลลอฮฺฮิ ฉันจะทำแน่ เจ้าคนกลับกลอก(มุนาฟิก)
ซะอฺละบะฮฺ : ถ้าเช่นนั้น .. วัลลอฮฺฮิ.. ฉันขอสาบานกับอัลลอฮฺ ฉันจะเป็นพยานต่อหน้าท่านนบีว่า เจ้าพยายามจะเอาค่าตอบแทนจากฉัน เมื่อฉันไม่ให้เจ้าก็ใส่ข้อหาแก่ฉันในสิ่งที่ฉันไม่ได้พูด
เจ้าหน้าที่   : เจ้าลืมแล้วหรือว่า ท่านนบีจะได้ร้บประทานวะหฺยูจากอัลลอฮฺ และฉันหวังว่าอัลลอฮฺประทานวะหฺยูที่พูดเกี่ยวกับเจ้า
ซะอฺละบะฮฺ : [ด้วยเสียงท่อ่อน] ค่อยพูดค่อยจาก็ได้ ฉันมีสิ่งจะให้แก่เจ้าที่ดีกว่านั้น เจ้าไม่บอกความลับของฉัน ฉันก็จะไม่บอกความลับของเจ้า
เจ้าหน้าที่   : [โกรธ] กอบิหุกัลลอฮฺ .. ความลับอะไรของฉันที่ท่านจะปิด? ฉันจะยืนยันสิ่งที่ฉันมีและจะไม่ข้อแลกเปลี่ยนใดๆ
ซะอฺละบะฮฺ : ฉันจะให้แก่เจ้าในสิ่งที่ฉันมี เป็นของขวัญแก่เจ้าและครอบครัวเจ้า
เจ้าหน้าที่   : นี้เป็นสิ่งที่สอง .. วัลลอฮฺฮิ.. ฉันจะบอกเราะซูลลุลลอฮฺ(ศ็อลฯ) เช่นกัน
ซะอฺละบะฮฺ : [แสดงท่าทางดีใจและประหลาดใจ] ขอแสดงความยินดีแก่เจ้า น้องรัก .. ฉันยืนยันได้แล้วว่า เจ้าคือคนสื่อสัตย์ มีความรับผิดชอบ ท่านนบี(ศ็อลฯ) ได้เลือกเจ้าเป็นการเลือกที่ดีที่สุด
เจ้าหน้าที่   : บาปกรรม.. ท่านจะบอกฉันว่าท่านได้ทดสอบฉันหรือ ?
ซะอฺละบะฮฺ : ใช่ ที่ฉันได้ทำไปนั้นเป็นการทดสอบเจ้า
เจ้าหน้าที่   : จริงๆเลยนะ ซะอฺละบะฮฺ
ซะอฺละบะฮฺ : ฉันขอสาบานกับอัลลอฮฺ.. ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ ฉันไม่ได้หมายถึงสิ่งใดนอกจากนี้
เจ้าหน้าที่   : และนี้เป็นสิ่งที่สาม เจ้าคนกลับกลอก(มุนาฟิก)
ชะอฺละบะฮฺ : [กระวนกระวาย] บาปกรรม.. เจ้าแฝงลึกลงในใจฉันแล้วรู้อะไรในท้องฉันอย่างนั้นหรือ ?
เจ้าหน้าที่   : ไปกับฉัน ไปหาเราะซูลุลลอฮฺ(ศ็อลฯ) และพูดในสิ่งที่เจ้าจะพูด
ซะอฺละบะฮฺ : ไปก่อนเถอะ แล้วจะตามเจ้าไปที่หลัง

[เจ้าหน้าที่ออกไป .. ภรรยาของเขาซุไฮเราะฮฺก็เข้ามา]

ซุไฮเราะฮฺ  : บาปกรรม.. ท่านทำอะไรไป ซะฮฺละบะฮฺ
ซะอฺละบะฮฺ : เจ้าฟังคำพูดของเราด้วยหรือ ซุไฮเราะฮฺ
ซุไฮเราะฮฺ  : ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ .. วันนี้นรกสำหรับท่านกับจุดยืนของท่านต่อหน้าเราะซูลุลลอฮฺ(ศ็อลฯ)
ซะอฺละบะฮฺ : ท่านเราะซูลุลลฮฺ จะคิดกับคำพูดเล็กน้อยเช่นนี้ด้วยหรือ ที่เปล่งออกจากลิ้นของฉันไม่ได้มาจากการตั้งใจและความต้องการที่แท้จริงของฉัน
ซุไฮเราะฮฺ  : ไม่..ท่านตั้งใจเช่นนั้นจริง ซะอฺละบะฮฺ .. ท่านไม่สำนึกคุณ ซุโกรฺ ในนิอฺมะฮฺที่สง่างามที่อัลลอฮประทานมาให้แก่เจ้า
ซะอฺละบะฮฺ : ถ้าฉันให้เขาไปตามที่พวกเขาต้องการ แล้วอะไรจะเหลือแก่ฉัน ?
ซุไฮเราะฮฺ   : ดูๆ ท่านพูดอะไรไป ซะอฺละบะฮฺ .. ท่านไม่ได้ให้ทรัพย์สินอะไรเลยของท่านแก่เราะซูลุลลอฮฺ นี้มันเป็นสิทธิของอัลลอฮฺในทรัพย์สินของท่าน
ซะอฺละบะฮฺ : สิทธิของอัลลอฮฺในทรัพย์สินของฉันหรือสิทธิของเราะซูลุลลอฮฺในทรัพย์สินของฉันเจ้าก็เห็นด้วยกับเขา ไม่ปกป้องให้ฉัน .. แล้วอะไรอีกที่พวกเขาต้องการจากฉันต่อจากนี้ ?
ซุไฮเราะฮฺ : เจ้าต้องบริสุทธิใจเพื่ออัลลอฮฺ เพื่อเราะซูลของพระองค์ ซะละบะฮฺ.
ซะอฺละบะฮฺ : ฉันขอสาบานกับอัลลลอฮฺ ฉันบริสุทธิ์ใจต่ออัลลออฺ ต่อเราะซูลของพระองค์ ต่อมุสลิมทุกคน
ซุไฮเราะฮฺ  : แต่สิ่งที่ท่านทำวันนี้ไม่เป็นอย่างที่เจ้าว่า
ซะอฺละบะฮฺ : นี้..ซูไฮเราะฮฺเจ้าปรักปรำฉันเหมือนกันหรือ?
ซุไฮเราะฮฺ  : ฉันสงสารท่าน .. ซะละบะฮฺ
ซะอฺละบะฮฺ : เจ้าเห็นเป็นไง ? ฉันไปหาเราะซูลุลลอฮฺ หรือ .. ?
ซุไฮเราะฮฺ  : บาปกรรม.. นั้นคือทางเลือกของท่านหรือซะอฺละบะฮฺ? ท่านจะให้ท่านเราะซูลุลลอฮฺให้คนมาลากท่านกระนั้นหรือ ?
ซะอฺละบะฮฺ : อะไรทำให้ฉันบ้าจนถึงต้องลากไป ? ฉันไม่กุฟุร และฉันก็ไม่แลกเปลี่ยน
ซุไฮเราะฮฺ  : ดังนั้นท่านต้องไปหาท่านเราะซูลุลลอฮฺก่อนที่ท่านเราะซูลุลลอฮฺจะส่งคนมาหาท่าน .. ยอมรับในความผิดของท่าน หวังว่าท่านเราะซูลุลลอฮฺจะอภัยให้แก่ท่านและอัลลอฮฺอภัยโทษให้
ซะอฺละบะฮฺ : ถูกของเจ้า ซุไฮเราะฮฺ .. แท้จริงอัลลอฮฺทรงเมตตาและปราณีเสมอ

 

 

%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%b0

[ฉากที่ 5]

 
อะบูซะรฺ     : อะไรเกิดขึ้นกับเจ้า ซะละบะฮฺ? ฉันไม่ค่อยได้เห็นเจ้ามาละหมาดที่มัสยิด.
ซะอฺละบะฮฺ : ขอโทษครับท่านอะบูซะรฺ .. ฉันได้ทิ้งบ้านเล็กๆในเมือง ไปอยู่บ้านที่กว้งใหญ่นอกเมือง
อะบุซะรฺ     : บาปกรรม.. ทำไมเจ้าไม่อยู่บ้านใหญ่ในเมือง จะได้อยู่ใกล้มัสยิดนบี(ศ็อลฯ)
ซะอฺละบะฮฺ : ฉันทำเช่นนั้นไม่ได้ครับท่านอะบูซะรฺ แกะของฉันมีมากขึ้น ฉันไม่อยากให้มันไปทำให้ตรอกซอกซอยในเมืองคับแคบและรบกวนชาวบ้าน แต่ฉันก็มาละหมาดญุมอะฮฺประจำอย่างที่ท่านเห็น
อะบูซะรฺ     : พรุ่งนี้แกะของเจ้าก็จะทำให้ทุ่งหญ้าในเมืองคับแคบ เจ้าก็จะไปอยู่ที่ห่างไกลไปอีก จนกระทั้งเจ้าไม่สามารถไปละหมาดญุมอะฮฺ
ซะอฺละบะฮฺ : ขอห่างไกลจากอัลลอฮฺครับท่านอะบูซะรฺ ฉันจะไม่ทำให้ฉันละทิ้งการละหมาดญุมอะฮฺกับเราะซูลุลลอฮฺ
อะบูซะรฺ     : ฉันก็คิดเช่นนั้น เว้นแต่เจ้าจะนำภัยพิบัติมาแก่เจ้าเอง ก็จะตัดขาดกับฉันและไม่หวนกลับมาหาฉัน
ซะอฺละบะฮฺ : [ขึ้นเสียงสูงอย่างไม่สุภาพ] อะไรของท่านอะบูซะรฺ? หรือว่าฉันมาสร้างความหนักใจแก่ท่านที่ท่านต้องรับแขกฉันจากศุกร์ถึงอีกศุกร์หนึ่ง?
อะบูซะรฺ     : บาปกรรม.. ฉันไม่ได้คิดเช่นนั้น
ซะอฺละบะฮฺ : ถ้าท่านต้องการให้ฉันพาสิ่งที่ฉันมีมาให้แก่ท่านชดเชยอาหารที่ท่านเสียไป ตอนนี้ฉันรวยแล้ว อัลฮัมดุลลิลลาอ
อะบูซะรฺ      : [โกรธ] อัลลอฮฺรังเกียจเจ้า .. ฉันไม่ต้องการจากความร่ำรวยของเจ้า ออกไปจากหน้าฉันเดี่ยวนี้และอย่ากลับมาหาฉันอีก.
ฺ 

 

[ฉากที่ 4]

%d8%b2%d9%83%d8%a7%d8%a9-%d8%a7%d9%84%d9%81%d8%b7%d8%b1

ซะอฺละบะฮฺ : [กลับเข้าบ้านด้วยความดีใจ] ซูไฮเราะฮฺ ! ซูไฮเราะฮฺ !
ซุไฮเราะฮฺ  : มีอะไรหรือ? ..ซะอฺลับะฮฺ
ซะอฺละบะฮฺ : ข่าวดี ..ซูไฮเราะฮฺ! .. ฉันจะเป็นคนรวย และฉันจะมีทรัพย์สินมากมาย
ซุไฮเราะฮฺ : มาจากไหนละ .. ซะอฺละบะฮฺ ?
ซะอฺละบะฮฺ : มาจากเราะซูลุลลอฮฺ(ศ็อลฯ)
ซุไฮเราะฮฺ : ท่านนบีให้ทรัพย์สินแก่เจ้าหรือ ?
ซะอฺละบะฮฺ : ท่านให้แก่ฉันสิ่งที่ดีมากกว่านั้นมาก ให้แก่ฉันสิ่งไม่มีวันหมด
ซุไฮเราะฮฺ : ท่านดุอาให้สวรรค์แก่เจ้าหรือ ?
ซะอฺละบะฮฺ : ให้สวรรค์?.. ท่านดุอาให้ริซกี(ปัจจัย) ให้ร่ำรวยด้วยทรัพย์สินที่มากมาย
ซุไฮเราะฮฺ : อัลหัมดุลิลลาฮฺ.. เจ้าก็จะได้หยุดขอทานจากผู้คน
ซะอฺละบะฮฺ : บาปกรรม.. ฉันนี้แหละจะเป็นคนที่ให้ทานแก่ผู้คน
ซุไฮเราะฮฺ : ดังนั้นเจ้าก็เริ่มต้นหน้าความดีของเจ้าในวันนี้ จ่ายซะกาตฟิฏเราะฮฺที่เจ้าต้องจ่าย
ซะอฺละบะฮฺ : ซากาตฟิฏเราะฮฺ ?
ซุไฮเราะฮฺ : เราอยู่ในตอนท้ายของเดือนรอมฎอน
ซะอฺละบะฮฺ : ฉันไม่มีอะไรเลย.. ซะไฮเราะฮฺ
ซุไฮเราะฮฺ : ไม่.. เรามีอินตผาลัมทะนานหนึ่ง และแป้งสาลี่ทะนานหนึ่ง
ซะอฺละบะฮฺ : อันนี้ เราเตรียมไว้สำหรับเจ้าคลอด ฉันไม่อาจกล่าวโกหกแก่อะบูซะรฺได้
ซุไฮเราะฮฺ : บาปกรรม.. อะบูซะรฺ ไม่ยินยอมให้เจ้าไม่ต้องจ่ายซะกาต .. เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วเจ้ากลัวอะไร ? ท่านนบี(ศ็อลฯ)ก็ได้ดุอาแก่เจ้าแล้วไม่ใช่หรือ ?
ซะอฺละบะฮฺ : ใช่ จากนั้นฉันก็จะเป็นคนรวย
ซุไฮเราะฮฺ : บาปกรรม .. เจ้าไม่กลัวการขอดุลอาของนบี(ศ็อลฯ)ตกไปหรือ ถ้าเจ้าไม่จ่ายซากาตที่เป็นสิ่งเจ้าต้องทำ?
ซะอฺละบะฮฺ : [เงียบครู่หนึ่ง] ถูกของเจ้า โอ้ซุไฮเราะฮฺ .. ฉันจะจ่ายวันนี้.. เอามาให้ฉันเร็วๆ

ฉากที่ 3

%d8%aa%d9%85%d9%8a%d8%b8-%d8%a7%d9%84%d8%a3%d8%b0%d9%89

[ที่บ้านของอะบูซะรฺ]

อะบูซะรฺ     : ซะอฺละบะฮฺ.. ภรรยาของเจ้าเป็นไงบ้าง ? คลอดหรือยัง ?
ซะอฺละบะฮฺ : ยังครับท่านสหารเราะซูลุลลอฮฺ เราก็รอนางคลอด และเราก็ได้บริจาคบางอย่างทีเราได้รับจากท่าน
อะบูซะรฺ     : เจ้าบริจาคหรือ ?
ซะอฺละบะฮฺ : ครับท่าน .. ฉันต้องการให้มีทรัพย์สินมากครับท่านอะบูซะรฺ แล้วจะได้บริจาคด้วยทรัยพ์สินนั้น
อะบูซะรฺ     : อัลลอฮฺได้ให้ทางออกแก่ท่านแล้ว
ซะอฺละบะฮฺ : ยังไงครับท่าน ?
อะบูซะรฺ     : เจ้าให้ความยุติธรรมแก่ทั้งสองฝ่ายก็เป็นการบริจาคทาน เจ้าช่วยเหลือคนแบกหามด้วยการเอาของขึ้นบนหลังเขาหรือเอาของลงก็บริจาคทาน เจ้าเอาของที่กีดขวานถนนออกก็บริจาคทาน เจ้าเชิญชวนให้ทำดีก็บริจาคทาน เจ้ายับยั้งการทำชั่วก็บริจาคทาน ฉันได้ยินท่านเราะซูลุลลอฮฺได้กล่าวมาเช่นนี้
ซะอฺละบะฮฺ : แต่ท่านอะบูซะรฺครับ ฉันต้องการบริจาคทรัพย์สินแก่คนยากคนจน
อะบูซะรฺ     : นี้เจ้า ฉันเห็นเจ้าต้องการทรัทย์สินมากเลยนะ
ซะอฺละบะฮฺ : ครับ เพราะฉันต้องการบริจากมากๆเลย ท่านอะบูซะรฺ
อะบูซะรฺ     : อดทนไว้ จนอัลลอฮฺให้เจ้าได้รับทรัพย์สินอย่างง่ายดาย
ซะอฺละบะฮฺ : ท่านเห็นเป็นไง ถ้าฉันได้ไปหาท่านเราะซูลุลลอฮฺ ขอให้ท่านดุอาให้ฉันรวย ?
อะบูซะรฺ     : ถ้าเจ้าต้องการขอจากเราะซูลุลลอฮฺก็ขอให้ท่านดุอาให้มีทรัพย์สินที่ดีงาม
ซะอฺละบะฮฺ : ไม่มีอะไรที่ขาดแคลนนอกจากทรัพย์สินครับอะบูซะรฺ ฉันสามารถละหมาดได้ตาที่ฉันต้องการ ฉันสามารถถือศีลอดได้ตาที่ฉันต้องการ ฉันกล่าวสรรรเสริญได้ตามที่ฉันต้องการแต่ฉันไม่สามารถบริจาคทรัพย์สินเงินแต่ใครเลย

 

ฉากที่ 2

%d8%b2%d9%83%d8%a7%d8%a9-%d8%a7%d9%84%d9%81%d8%b7%d8%b1

[ที่บ้านของซะอฺละบะฮฺ]

ซะอฺละบะฮฺ : [วางสองถุงอินตผาลัมกับแป้งข้าวตรงหน้าภรรยาของเขา ซุไฮเราะอฺ] ซุไฮเราะฮฺ .. เอานี้ไป แล้วเก็บไว้ดีๆ เพื่อวันที่เจ้าคลอด
ซุไฮเราะฮฺ   : ท่านพูดว่าอะไรน่ะ ซะอฺละบะฮฺ? ฉันเพีงตั้งท้องได้ 6 เดือน
ซะอฺละบะฮฺ : เดือนที่ 9 ก็จะมา และสิ่งนี้จะให้ประโยชน์แก่เจ้า จงระวังให้ดีอย่าให้โดนอะไรก่อนที่เจ้าจะคลอด
ซุไฮเราะฮฺ   : บางทีเราอาจจำเป็นใช้ก่อนถึงวันนั้นก็ได้
ซะอฺละบะฮฺ : ไม่ได้ เจ้าอย่าแตะต้องมัน จนถึงวันที่เจ้าคลอด
ซุไฮเราะฮฺ   : ทำไมหรือ ซะละบะฮฺ ?
ซะอฺละบะฮฺ : อะบูซะรฺได้ให้แก่ฉันเพื่อสิ่งนั้น เป็นการไม่ดีที่ฉันจะพูดเท็จกับสหายของเราะซูลุลลอฮฺ
ซุไฮเราะฮฺ   : นี้ซะละบะฮฺ เมื่อไรท่านจะหยุดขอทานจากผู้คน ? ท่านไม่มองหางานใหม่ที่ดีกว่านั้นหรือ ?
ซะอฺละบะฮฺ : [ด้วยความโกรธ] นางหยุดพูดเดี่ยวนี้นะ .. ถ้าพ่อของเจ้ารวยก็จะทำให้ฉันรวยแล้ว

  เหนือเจ็ดชั้นฟ้านี้เป็นวรรณกรรมอาหรับที่มาในรูปแบบบทละครร้อยแก้วที่แทรกอัลกุรอาน หะดีษนบีและบทเรียนที่ชวนตระหนัก ที่เขียนมาจากเค้าโครงเรื่องจริง มาจากหนังสือต้นฉบับ “من فوق سبع سماوات” เขียนโดย علي أحمد باكثير  

 

 

[ที่บ้านของอะบูซะรฺ อัลฆีฟารีย์ สหายผู้สมถะของเราะซูลุลลอฮฺ มีชายหนุ่มของหนึ่งเข้ามาหาท่านแล้วอะบูซัรฺก็ต้อนรับด้วยดี]

ซะอฺละบะฮฺ     : ขอโทษครับท่านสหายของเราะซูลุลลอฮฺ ที่ฉันมาบ้านท่านโดยไม่บอกให้ท่านรู้ก่อน
อะบูซะรฺ         : ไม่เป็นไรครับพ่อหนุ่ม แล้วพ่อหนุ่มนี้เป็นใคร ?
ซะอฺละบะฮฺ     : ฉันชื่อ ซุอฺละบะฮฺ อิบนุ หาฏิบ

อะบูซะรฺ         : เป็นชาวอันศอรฺ หรือ?
ซะอฺละบะฮฺ     : ใช่ครับ ตระกูลบะนีย์ อัมรู อิบนุเอาศฺ
อะบูซะรฺ         : อะหฺลัน วะซะหฺลัน ยินดีต้อนรับ .. เชิญนั่ง
ซะอฺละบะฮฺ     : ฉันเป็นชายหนุ่มที่ยากจนครับอะบูซะรฺ  และฉันได้รับรู้ว่าท่านชอบบริจาค ฉันขอมีส่วนแบ่งจากจากการทำดีของท่าน
อะบูซะรฺ         : [ในสภาพที่แปลกใจ] เจ้านี้หรือเป็นชายหนุ่มที่ยากจน ?!
ซะอฺละบะฮฺ     : ครับท่าน ฉันขอสาบานกับอัลลออฺครับท่านอะบูซะรฺ ฉันยากจนมาก
อะบูซะรฺ         : หายนะแล้วพ่อหนุ่ม .. ท่านนบี(ศ็อลฯ) ได้กล่าวไว้ว่า “คนจนนั้นไม่ใช่คนที่เวียนขอแบบนี้ เวียนขออาหารจากมนุษย์คำสองคำ อันตผาลัมเม็ดสองเม็อ คนจนนั้นเขาจะเป็นคนที่มีวินัย พวกเจ้าจงอ่าน(อัลกุรอานนี้)ถ้าเจ้าต้องการ “لاَ يَسْأَلُونَ النَّاسَ إِلْحَافاً “(พวกเขาจะไม่ขอจากผู้คนในสภาพเซ้าซี้) และฉันได้ยินท่านเราะซูลุลลอฮฺ(ศ็อลฯ)ได้กล่าวว่า่ “ตราบใดที่ชายหนุ่มได้ขอทานจากผู้คน จนกระทั้งวันกิยามะฮฺมาถึง ใบหน้าของเขาจะไม่เหลือหนังสักชิ้นเลย”
ซะอฺละบะฮฺ     : หายนะของท่านโอ้อะบูซะรฺ ท่านจะปฎิเสธการให้ทานแก่ฉันด้วยวิธีนี้หรือ ?
อะบูซะรฺ         : ไม่ใช่เช่นนั้น ฉันอยากตักเตือนเจ้า เจ้ายังหนุ่ม เนื้อหนังของเจ้ายังสามาถทำงานได้ ก็จงแสวงหาด้วยงานของท่าน
ซะอฺละบะฮฺ     : งานอะไรที่ฉันจะทำ ?
อะบูซะรฺ         : ทำงานอะไรก็ได้ แม้จะเป็นการเก็บไม้ฟืน ฉันได้ยินท่านเราะซูลุลลอฮฺ(ศ็อลฯ) กล่าวว่า “ฉันคนหนึ่งหยิบเอาเชือกของเขาแล้วขึ้นไปบนภูเขา กลับมาพร้อมกับไม้ฟืนมัดหนึ่งบนหลังของเขา แล้วขายไม่ฟืนนั้น อัลลอฮฺก็ให้เขาเพียงพอกับสิ่นั้น ดีกว่าสำหรับเขาที่จะเดินขอทานจากผู้คน บางทีหรือบางทีไม่ได้”
ซะอฺละบะฮฺ     : สหายของเราะซูลุลลอฮฺครับ ภรรยาของฉันกำลังจะคลอด และฉันไม่มีอะไรเลย แล้วเจ้าบอกให้ฉันไปเก็บไม้ฟืนบนภูเขากระนั้นหรือ ?!
อะบูซะรฺ         : ภรรยาของเจ้าใกล้คลอดหรือ ?
ซะอฺละบะฮฺ     : ถ้าไม่เช่นนั้นแล้วฉันจะมาหาท่านหรือ

อะบูซะรฺ         : [อะบูรซะรฺหายไปในบ้านสักครุ่หนึ่ง แล้วออกมาพร้อมกับหิ้วถึงมาสองถุง] ฉันไม่มีอะไรนอกจาก อินตผาลัมทะนานหนึ่งและข้าวสาลี่ทะนานหนึ่ง เจ้าจงรับไปเถอะซะอฺละบะฮฺ ถ้าฉันมีมากกว่านี้ฉันก็จะให้อีก
ซะอฺละบะฮฺ     : ขออัลลอฮฺตอบแทนคุณงามความดีแก่ท่าน โอ้อะบูซะรฺ แค่นี้ฉันก็สามารถอยู่ได้ระยะหนึ่ง

หะละเกาะฮฺในเดือนรอมฎอนวันสุดท้าย

วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการทำหะละเกาะฮฺอัลกุรอาน(เรียนรู้อัลกุรอานในลักษณะนั่งเป็นวงกลม)ในเดือนรอฏอนปี 1437 ฮ. หลังละหมาดซุฮริในมัสยิดหะรอมัยน์ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี และวันนี้เป็นการให้ความหมายอายัตอัลกุรอาน 2 อายัตสุดท้ายในซูเราะฮฺฟาฏีรฺ (سورة فاطر) Read the rest of this entry »

Tags: , , ,

« Older entries

ข้ามไปยังทูลบาร์