มาเข้าเจ้าอิสลาม (1) : บทนำ 1 อิสลามเป็นศานาของมนุษย์ทุกยุคทุกสมัย

อิสลาม เป็นศาสนาหนึ่งที่มนุษย์ยึดถือมากเป็นอันดับสองในโลก มีความเชื่อและความศรัทธาหลักๆ คือ อำนาจเหนือทุกสิ่งทุกอย่างที่ปรากฏในเห็นและไม่เห็นที่อยู่บนโลกนี้และที่โลกอื่นๆ ทั้งหมดเป็นสิทธิของพระเจ้าอัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียว และศรัทธามั่นว่านบีมุหัมมัด ที่เป็นบุตรชายของอับดุลลอฮฺ หลานของอะบูฏอลิบชาวอาหรับมักกะฮฺในสมัยนั้น เป็นศาสนทูตที่พระเจ้าส่งมาเพื่อตักเตือนและสังสอนเพื่อนมนุษย์ให้ใช้ชีวิตบนโลกนี้อย่างมีความสุขและปลอดภัย

อิสลามเป็นศาสนาที่มาพร้อมๆกับมาบังเกิดขึ้นของมนุษย์ อัลลอฮฺพระเจ้าที่ทรงสร้างมนุษย์ขึ้นมาจากดินเป็นมนุษย์เพศชายตัวตนคนเดียวที่ชื่อว่าอาดัม จากนั้นก็ได้สร้างคู่หูให้ดำรงชีวิตร่วมกันให้หายเหงาและเปล่าเปลียวให้แก่อาดัม โดยสร้างมนุษย์เพศหญิงนี้มาจากซี่โครงของเขา มนุษย์เพศหญิงคนแรก คือ ฮาวาอ์ พระองค์ทรงสร้างและกำหนดระบบสืบพันธุ์ให้มนุษย์สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น จากคนเดียวเป็นสอง จากสองก็เป็นสามแล้วขยายไปเรื่อยๆจนเป็นสังคมใหญ่ จึงจำเป็นต้องมีกฎเกณฑ์และข้อตกลงที่จะใช้ชีวิตร่วมกันและให้ความสุขพร้อมๆกัน

เมื่ออัลลอฮฺทรงให้มนุษย์มีชีวิตอยู่และจัดการทรัพย์สินที่อยู่บนโลกแทนพระองค์  { قَالَ رَبُّكَ لِلْمَلَائِكَةِ إِنِّي جَاعِلٌ فِي الْأَرْضِ خَلِيفَةً ۖ }(และจงรำลึกถึงขณะที่พระเจ้าของเจ้าได้ตรัสแก่มะลาอิกะฮฺว่า แท้จริงข้าจะให้มีผู้แทนคนหนึ่ง)(อัลบะเกาะเราะฮฺ 2:30) พระองค์ย่อมสร้างกฏเกณฑ์ที่เป็นบทบัญญัติในการดำรงชีวิตอย่างถูกต้อง และส่งทูตที่เป็นศาสนาทูตมาสั่งมาสอนตามคำสั่งของพระองค์ พร้อมๆมาทำตัวให้เป็นแบบอย่างแก่เพื่อนมนุษย์ที่มาชี้แนะนั้นด้วย {لَّقَدْ كَانَ لَكُمْ فِي رَسُولِ اللَّهِ أُسْوَةٌ حَسَنَةٌ} (โดยแน่นอน ในเราะซูล(ศาสนาทูต)ของอัลลอฮฺมีแบบฉบับอันดีงามสำหรับพวกเจ้าแล้ว) (อัลอะหฺซาบ 32:21)

หลังจากมนุษย์คนแรก คือ นบีอาดัม จากนั้นก็จะสืบทอดกันมารุ่นแล้วรุ่นแล้ว และในแต่ละรุ่นจะมีนบีหรือศาสนทูตที่อัลลอฮฺส่งมาเพื่อบอกข่าวดีและตักเตือนคนที่ออกนอกลู่นอกทางจากที่บทบัญญัติกำหนดไว้ให้ดำรงชีวิตอยู่ถูกต้องตามแนวทางทรงประสงค์ และบรรดานบีที่มีบันทึกในอัลกุรอานหลังจากนบีอาดัมก็จะมีนบีอิดรีสและท้ายสุดที่นบีนูหฺก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ล้มล้างมนุษย์ผู้ทรยศด้วยอุทกภัยน้ำท้วมโลก

นบีนูหฺที่อัลลอฮฺแต่งตั้งในเป็นศาสนทูตมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมนุษย์ให้เข้าหาแนวทางที่ถูกต้องตามที่อัลลอฮฺกำหนด โดยท่านได้ใช้ความพยายามในการเชิญชวนมวลมนุษย์ในสมัยของท่านนานถึง 950 ปี {وَلَقَدْ أَرْسَلْنَا نُوحًا إِلَىٰ قَوْمِهِ فَلَبِثَ فِيهِمْ أَلْفَ سَنَةٍ إِلَّا خَمْسِينَ عَامًا فَأَخَذَهُمُ الطُّوفَانُ وَهُمْ ظَالِمُونَ} (และโดยแน่นอนเราได้ส่งนูห์ไปยังหมู่ชนของเขา และเขาได้อยู่ร่วมกับพวกเขาหนึ่งพันปีเว้นห้าสิบปี (950 ปี))(อัลอังกะบูต 29:14) แต่ผู้ที่ทำตามคำสั่งสอนของท่านตามที่ท่านได้รับมอบหมายมาจากอัลลอฮฺนั้นน้อยมาก และทุกครั้งที่ท่านเชิญชวนพวกเขา พวกเขาก็จะก็จะหลบหนี {فَلَمْ يَزِدْهُمْ دُعَائِي إِلَّا فِرَارًا}(แต่การเรียกร้องเชิญชวนของข้าพระองค์มิได้เพิ่มพูนสิ่งใดแก่เขานอกจากการหลบหนี)(นูหฺ 71:6) สุดท้ายอัลลอฮฺได้ลงโทษและกวาดล้างพวกทรยศเหล่านั้นด้วยการให้จมไปกับน้ำที่มาท้วมโลก

ในคำกล่าวของนบีนูหฺที่กล่าวถึงหน้าที่ของท่านที่ถูกส่งมายังบนโลกนี้ {وَأُمِرْتُ أَنْ أَكُونَ مِنَ الْمُسْلِمِينَ} (และฉันถูกใช้ให้อยู่ในหมู่มุสลิม(ผู้ยอมจำนนต่ออัลลอฮฺ))(ยูนุส 10:72) คือ อัลลอฮฺบัญชาให้ท่านนอบน้อมยอมจำนนต่อแนวทางที่อัลลอฮฺกำหนดนั้นคือศาสนาอิสลาม (มุสลิมหมายถึงผู้นับถือศาสนาอิสลาม)

หลังจากมนุษย์ถูกจมน้ำมลายหายไปกับน้ำท้วมโลกเพราะความดื้อรั้นและโอหังที่จะเชื่อตามคำเชิญชวนของนบีนูหฺ พวกเขาจะเชื่อแต่คำบอกเล่าของคนเก่าๆ เชื่อและปฏิบัติตามประเพณีและวิถีชีวิตที่มนุษย์กำหนดขึ้นมาเอง จะเหลือเฉพาะคนที่ยอมรับและศรัทธาตามคำสอนของนบีนูหฺที่ได้ขึ้นเรือเพื่อหนีภัยจากน้ำท้วมและเมื่อน้ำลดเรือของพวกเขาก็ได้ลงจอดบนเทือกเขาญูดี

ร่องรอยเรือนบีนูหฺบนเทือกเขาญูดี(อะรอร็อต) ประเทศตูรกี

{وَقِيلَ يَا أَرْضُ ابْلَعِي مَاءَكِ وَيَا سَمَاءُ أَقْلِعِي وَغِيضَ الْمَاءُ وَقُضِيَ الْأَمْرُ وَاسْتَوَتْ عَلَى الْجُودِيِّ ۖ وَقِيلَ بُعْدًا لِّلْقَوْمِ الظَّالِمِينَ}

(และนุห์ได้ร้องเรียนต่อพระเจ้าของเขาโดยกล่าวว่า “ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าของพระองค์แท้จริงลูกชายของข้าพระองค์เป็นคนหนึ่งในครอบครัวของข้าพระองค์ และแท้จริงสัญญาของพระองค์นั้นเป็นความจริง และพระองค์ท่านนั้นทรงตัดสินเที่ยงธรรมยิ่ง ในหมู่ผู้ตัดสินทั้งหลาย)(ฮูด 11:44)

เมื่อพรรคพวกของนบีนูหฺที่ศรัทธาพร้อมกับท่าน ได้ลงมายังพื้นโลกอีกครั้ง ได้สืบทอดและแพร่เผ่าพันธุ์กันอีกรอบ และในรอบนี้ก็เช่นเหมือนครั้งก่อน อัลลอฮฺพระเจ้าผู้ทรงสร้างพวกเขา ทรงสร้างทุกสรรพสิ่งให้มนุษย์ที่พระองค์ทรงสร้างให้ทุกคนภักดีและทำตามที่พระองค์ทรงประสงค์ และได้ส่งบรรดาศาสนทูตมาสอน มาแนะนำและมาทำเป็นแบบอย่างให้แก่พวกเขา และทุกคนที่ได้ปฏิบัติเรียกมุสลิมหมายถึงผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม ยอมรับและจำนนต่อสิ่งที่อัลลอฮฺได้บัญญัติมาให้แก่พวกเขา เช่น

นบีอิบรอฮีมและนบีอิสมาอีล ที่มาเชิญชวนเพื่อนมนุษย์ในยุคสมัยกว่า 1800 ปีก่อนคริสต์ศักราช โดยทั้งสองได้กล่าววา {رَبَّنَا وَاجْعَلْنَا مُسْلِمَيْنِ لَكَ } (ข้าพระผู้เป็นเจ้าของข้าพระองค์ โปรดให้พระองค์ทั้งสองเป็นมุสลิม(ผู้นอบน้อม)ต่อพระองค์)(อัลบะเกาะเราะฮฺ 2:128) ท้้งสองท่านก็ขอวิงวอนจากอัลลอฮฺให้เขาได้เป็นมุสลิมหรือผู้ที่นับถือศาสนาอิลาม

นบียะอฺกูบ ซึ่งเป็นหลานของนบีอิบรอฮีม และใช้ชีวิตอยู่ในช่วงปี 1750 ก่อนคริสต์ศักราช ก็ได้ให้คำโอวาทแก่ลูกหลานของท่านว่า {إِنَّ اللَّهَ اصْطَفَىٰ لَكُمُ الدِّينَ فَلَا تَمُوتُنَّ إِلَّا وَأَنتُم مُّسْلِمُونَ} (ท้จริงอัลลอฮ์ได้ทรงเลือกศาสนาให้แก่พวกเจ้าแล้ว ดังนั้น พวกเจ้าจงอย่ายอมตามเป็นอันขาด นอกจากในขณะที่พวกเจ้าเป็นผู้สวามิภักดิ์(ต่ออัลลฮ์) เท่านั้น)(อัลบะเกาะเราะฮฺ 2:132) คือ เป็นผู้ที่ใช้วิถีชีวิตตามที่อัลลอฮฺกำหนด หรือเป็นมุสลิม

และนบีคนอื่นๆ ในทุกยุคทุกสมัยก็ยอมรับในตัวเขาว่าเขาเป็นมุสลิมและเชิญชวนคนอื่นให้นอบน้อมยอมรับวิถีชีวิตตามแนวทางอิสลาม

 

 

 

 

 

 

 

Tags:

ข้ามไปยังทูลบาร์