Monthly Archives: พฤศจิกายน 2011

หะดีษที่ 3 : ไม่การอพยพหลังจากเปิดมักกะฮฺ

หะดีษที่ 3

وعَنْ عَائِشَة رَضِيَ الله عنْهَا قَالَت قالَ النَّبِيُّ صَلّى اللهُ عَلَيْهِ وسَلَّم :

 «لا هِجْرَةَ بَعْدَ الْفَتْحِ، وَلكنْ جِهَادٌ وَنِيَّةٌ ، وَإِذَا اسْتُنْفرِتُمْ فانْفِرُوا»

مُتَّفَقٌ عَلَيْهِ

 وَمَعْنَاهُ : لا هِجْرَةَ مِنْ مَكَّةَ لأَنَّهَا صَارَتْ دَارَ إِسْلامٍ

ความว่า : รายงานจาก อาอิชะฮฺ รอฎิยัลลอฮุอันฮา ท่านได้กล่าวว่า : ท่านนบี(ศอลฯ) ได้กล่าวว่า “ ไม่มีการอพยพหลังจากเปิดมักกะฮฺ แต่ญิฮาด(ยังคงมี) และการตั้งเจตนา และถ้าพวกเจ้าถูกเรียก(ให้ออกสงคราม) เจ้าจงไป”

บันทึกโดย อัล-อัลบุคอรีย์และมุสลิม และทั้งสองเห็นพ้องว่าหะดีษนี้ศอหีหฺ

หมายถึง ไม่มีการอพยพจากมักกะฮฺไปยังมะดีนะฮฺอีกเพราะ มักกะฮฺเป็นเมืองที่ปกครองโดยอิสลามแล้ว

الْفَتْحِ การเปิด หมายถึง การเปิดนครมะกะฮฺที่ปกครองมานานโดยกาฟิรฺกุรอยชฺ และในปีที่ 8  ของการอพยพของนบี(ศอลฯ)ไปมะดีนะฮฺ ท่านนบีและบรรดาเศาะฮาบะฮฺ ได้ยกทัพพิชิตนครมักกะฮฺ และหลังจากนั้นนครมักกะฮฺก็เป็นเมืองที่ปกครองโดยมุสลิม ใช้กฎหมายอิสลามปกครองอย่างสันติเป็นต้นมา ฉะนั้นไม่มีความจำเป็นใดๆที่คนมักกะฮฺในสมัยนั้นจะอพยพตามนบีไปยังมะดีนะฮฺอีก

جِهَادٌ ญิฮาด หมายถึงการทำสงครามศาสนา เพื่อปกป้องศาสนา ปกป้องดินแดนมุสลิม และปกป้องมุสลิม และอุลามาอได้แบ่งการญิฮาดอีกไปอีกหลายลักษณะ เช่น

ญิฮาดด้วยวาจา คือ การพูด การบรรยาย การอภิปราย การสอน หรือสนทนาเกี่ยวกับศาสนา ให้ผู้คนเข้าใจอิสลามอย่างถูกต้อง รวมถึงการเขียนหนังสือหรือบทความเกี่ยวกับศาสนาด้วย และผู้ออกไปศึกษาหาความรู้นับว่าเป็นการญิฮาดอย่างหนึ่ง

ญิฮาดด้วยเงินทอง คือ การบริจาคเงินทองเพื่อศาสนา

ญิฮาดด้วยชีวิต คือ การออกไปทำสงครามศาสนา หรือสละพละกำลังเพื่อศาสนาหรือเพื่อคนมุสลิม เป็นต้น

َنِيَّةٌ คือการตั้งเจตนา แม้การออกไปทำสงครามเพื่อศาสนาแล้วไม่ได้หมายความคนที่ไปนั้นจะถูกต้องและได้ผลบุญตามที่กำหนด คือ ถ้าเสียชีวิตนับเป็นชาฮีดและได้เข้าสวรรค์ แต่จะเป็นเช่นนั้นได้ต้องอยู่กับการตั้งเจตนาของเขาทั้งก่อนและระหว่างออกไปญิฮาด

وَإِذَا اسْتُنْفرِتُمْ فانْفِرُوا (และถ้าพวกเจ้าถูกเรียก-ให้ออกสงคราม- เจ้าจงไป) หมายความว่า มุสลิมต้องมีผู้นำ และจะต้องทำตามคำสั่งผู้นำทุกอย่าง แม้จะเรียกไปเสี่ยงกับความตายก็ต้องไป

 

บทเรียนจากหะดีนี้

  1. คนที่อยู่ในเมืองที่สันติ ปกครองโดยมุสลิม หรือเป็นเมืองอิสลามแล้วไม่จำเป็นที่จะต้องอพยพอีก แต่ถ้าเมืองใดที่มุสลิมถูกคุกคามก็จำเป็นที่จะต้องอพยพ และทุกครั้งที่อพยพจะได้ผลบุญการอพยพ เพราะได้ปฏิบัติตามแนวทางที่นบีได้วางไว้
  2. การนิยฺยะฮฺหรือตั้งเจตนาเพื่อญิฮาดต้องมี ทุกคนจะต้องนิยฺยะฮฺ ส่วนจะทำญิฮาดแบบใดนั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และความสามารถของแต่ละคน
  3. มุสลิมจะต้องมีผู้นำ และต้องเชื่อฟังผู้นำนั้น

หะดีษที่ 2 : ฟื้นชีพตามสภาพจิต

 وَعَنْ أُمِّ الْمُؤْمِنِينَ أُمِّ عَبْدِ اللَّهِ عَائشَةَ رَضيَ الله عنها قالت: قال رسول الله صَلّى اللهُ عَلَيْهِ وسَلَّم:

« يَغْزُو جَيْشٌ الْكَعْبَةَ فَإِذَا كَانُوا بِبَيْداءَ مِنَ الأَرْضِ يُخْسَفُ بأَوَّلِهِم وَآخِرِهِمْ ». قَالَتْ : قُلْتُ يَا رَسُولَ اللَّهِ ، كَيْفَ يُخْسَفُ بَأَوَّلِهِم وَآخِرِهِمْ وَفِيهِمْ أَسْوَاقُهُمْ وَمَنْ لَيْسَ مِنهُمْ ،؟ قَالَ : « يُخْسَفُ بِأَوَّلِهِم وَآخِرِهِمْ ، ثُمَّ يُبْعَثُون عَلَى نِيَّاتِهِمْ »

مُتَّفَقٌ عَلَيْهِ : هذا لَفْظُ الْبُخَارِيِّ

ความว่า : และรายงายจากอุมุลมุมีนีน อุมมุลอับดุลลอฮฺ อาอิชะฮฺ รอฎิยัลลอฮุอันฮา ท่านได้กล่าวว่า ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศอลฯ ได้กล่าวว่า “ทหารจะยกมาทำลาย อัลกะอฺบะฮฺ เมื่อพวกเขาได้เดินมาถึงบริเวณทุ่งกว้าง ก็ถูกธรณีสูบตั้งคนแรกจนถึงคนสุดท้าย” ฉันก็ถามว่า : ท่านรอซูลุลลอฮฺ ธรณีจะสูบพวกเขาตั้งคนแรกจนถึงคนสุดท้ายได้อย่างไร เพราะในหมู่พวกเขานั้นมีพวกที่ค้าขาย และพวกที่ไม่ได้เป็นทหาร. ท่านนบีตอบว่า “ธรณีจะสูบตั้งแต่คนแรกจนถึงคนสุดท้าย แล้วพวกเขาจะฟื้นคืนชีพตัดสินตามเจตนาของเขา” Continue reading

หะดีษที่ 1 : การงานทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตั้งใจ

 وَعَنْ أَميرِ الْمُؤْمِنِينَ أبي حفْصٍ عُمرَ بنِ الْخَطَّابِ بْن نُفَيْل بْنِ عَبْد الْعُزَّى بن رياح بْن عبدِ اللَّهِ بْن قُرْطِ بْنِ رزاح بْنِ عَدِيِّ بْن كَعْبِ بْن لُؤَيِّ بن غالبٍ القُرَشِيِّ العدويِّ . رضي الله عنه ، قال : سمعْتُ رسُولَ الله صَلّى اللهُ عَلَيْهِ وسَلَّم يقُولُ

 « إنَّما الأَعمالُ بالنِّيَّات ، وإِنَّمَا لِكُلِّ امرئٍ مَا نَوَى ، فمنْ كانَتْ هجْرَتُهُ إِلَى الله ورَسُولِهِ فهجرتُه إلى الله ورسُولِهِ ، ومنْ كاَنْت هجْرَتُه لدُنْيَا يُصيبُها ، أَو امرَأَةٍ يَنْكحُها فهْجْرَتُهُ إلى ما هَاجَر إليْهِ »

 متَّفَقٌ على صحَّتِه. رواهُ إِماما المُحَدِّثِين: أَبُو عَبْدِ الله مُحَمَّدُ بنُ إِسْمَاعيل بْن إِبْراهيمَ بْن الْمُغيرة بْن برْدزْبَهْ الْجُعْفِيُّ  الْبُخَارِيُّ، وَأَبُو الحُسَيْنِى مُسْلمُ بْن الْحَجَّاجِ بن مُسلمٍ القُشَيْريُّ  النَّيْسَابُوريُّ رَضَيَ الله عَنْهُمَا في صَحيحيهِما اللَّذَيْنِ هما أَصَحُّ الْكُتُبِ الْمُصَنَّفَة .

      ความว่า : รายงานจาก อะมีร์มุมินีน อะบูฮัฟสิน อุมะร์ อิบนุ ค็อฏฏอบ อิบนุ นุไฟล์ อิบนุ อับดุลอุซซา อิบนุ ริยาฮฺ อิบนะ อับดุลลอฮฺ อิบนุ กุรฎิ อิบนุ ซารอฮฺ อิบนุ อาดีย์ อิบนุ กะอฺบิ อิบนุ ลุไอย์ อิบนะ ฆอลิบ อัลกุรอยช์ อัลอัดวีย์ รอฎอยัลลอฮฺฮุอันฮุ(ขออัลลอฮฺได้โปรดปรานท่าน) กล่าวว่า  : ฉันได้ยินท่านเราะซูลุลลอฮฺ (ศ็อลลอลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) กล่าว่า ..

Continue reading

ริยาฎุศศอลิหีน : บทที่ 1 อัลอิคลาศ (บริสุทธิใจ)

บทที่ 1

 بَابُ الإِخْلاَصِ وَإِحْضَارِ النِّيَّةِ فيِ جَمِيْعِ الأَعْمَالِ وَالأَقْوَالِ وَالأَحْوَالِ البَارِزَةِ وَالخَفِيَّةِ

เรื่อง ความบริสุทธิ์ใจและการตั้งเจตนาในทุกการงาน คำพูดและอริยาบททั้งที่เปิดเผยและซ่อนเร้น

     إخلاص (อิคลาศ) : หมาย ถึงการปฏิบัติหรือการทำงานเพื่ออัลลอฮฺเท่านั้น มิใช่เพื่อสิ่งอื่นใด และเป็นเงื่อนไขหนึ่งในสี่เงื่อนไขที่อัลลอฮฺจะยอมรับในการงานนั้น

                    เงื่อนไขที่อัลลอฮฺจะยอมรับในการงาน ประกอบด้วย 2 เงื่อนไขหลักและ 4 เงื่อนไขย่อย 

     1.    เงื่อนไขความถูกต้องประกอบด้วย  2 เงื่อนไขย่อย คือ บริสุทธิ์ใจ ทำเพื่ออัลลอฮฺเท่านั้น และถูกต้องตามแนวทาง(สุนนะห์)ของนบี(ศอลฯ)

                 2.    เงื่อนไขความสมบูรณ์ ประกอบด้วย  2 เงื่อนไข คือ

                           ก.    ยึดเอาด้วยความเข้มแข็ง ดังที่อัลลอฮฺได้ตรัสในสูเราะห์อัลบะกอเราะห์ อายะฮฺ ที่ 63 ว่า

 خُذُواْ مَا آتَيْنَاكُم بِقُوَّةٍ

         ความว่า : จงยึดถือสิ่งที่เราได้ให้แก่พวกเจ้าด้วยความเข้มแข็ง

 

                          ข.    ทำในทันที  อัลลอฮฺได้ตรัสในสูเราะฮฺ ฎอฮา อายะฮฺ ที่ 42 ว่า

 وَلاَ تَنِيَا فِي ذِكْرِي

              ความว่า : และเจ้าทั้งสองอย่าเฉื่อยชาในการรำลึกถึงข้า 

             อัลลอฮฺได้ตรัสว่า ..

وََمَا أُمِرُوا إِلاَّ لِيَعْبُدُوا اللهَ مُخْلِصِينَ لَهُ الدِّينَ حُنَفَاء وَيُقِيمُوا الصَّلاَةَ وَيُؤْتُوا الزَّكَاةَ وَذَلِكَ دِينُ الْقَيِّمَةِ (البينة : 5)

            ความว่า : และพวกเขามิได้ถูกบัญชาให้กระทำอื่นใดนอกจากเพื่อเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺเป็นผู้มีเจตนาบริสุทธิ์ในการภักดีต่อพระองค์เป็นผู้อยู่ในแนวทางที่เที่ยงตรงและดำรงการละหมาด และจ่ายซะกาตและนั่นแหละคือศาสนาอันเที่ยงธรรม(สูเราะฮฺอัลบัยยินะฮฺ อายะฮฺที่ 5)

    อา ยะฮฺนี้อัลลอฮฺได้บัญชาให้บาวของพระองค์ภักดีต่อพระองค์เท่านั้น ด้วยใจที่บริสุทธิ์ไม่ปนเปื่อนกับสิ่งอื่นใด ออกห่างจากทุกศาสนาและความเชื่อ มานับถือพระเป็นเจ้าอัลลอฮฺผู้ทรงอำนาจอย่างแท้จริงเพียงพระองค์เท่า นั้น(ศาสนาอิสลาม) เพราะศาสนาอิสลามเป็นศาสนาของมนุษย์ชาติศาสนาเดียวที่เที่ยงธรรมและอยู่บน ความจริง

               และ นี้เป็นการแยกแยะระหว่างประชาติอิสลามกับประชาติของศาสนาอื่น ทั้งทางด้านความเชื่อ ความคิด และการประพฤติ เพราะมันเป็นเจตนาหนึ่งของการบังเกิดมูฮำหมัดที่เป็นศาสนฑูตท่านสุดท้าย

    อัลลอฮฺได้ตรัสอีกว่า ..

لَن يَنَالَ اللهَ لُحُومُهَا وَلاَ دِمَاؤُهَا وَلَكِن يَنَالُهُ التَّقْوَى مِنكُمْ (الحج : 37

              ความว่า : เนื้อของมันและเลือดของมันจะไม่ถึงอัลลอฮ์แต่อย่างใดแต่การยำเกรงของพวกเจ้าจะถึงพระองค์(อัลกุรอาน : 22/37)

               ใน สมัยญะฮีลียะห์ พวกคนอาหรับจะเชือดสัตว์ถวายรูปปั้นต่างๆที่พวกเขาบูชา หลังเลือดเพื่อบูชารูปปั้นเหล่านั้นๆ ครั้นกลุ่มคนอาหรับส่วนหนึ่งหันมานับถือศาสนาอิสลามตามที่มุหัมมัดมาบอกข่าว แก่พวกเขา ประเพณีบางอย่างที่พวกเขาเคยทำก่อนรับอิสลามและคิดว่าดี พวกเขาก็กล่าวว่า “พวกเราก็จะบูชายิ่งกว่านั้น” อัลลอฮฺจึงได้ประทานอายะฮนี้ลงมา

                อัล ลอฮฺเป็นผู้ประทานอาหารต่างๆแก่มวลมนุษย์ พระองค์ไม่ได้อยากได้ทานอย่างที่บางพวกบางกลุ่มเข้าใจ การนำอาหารไปถวายหรือการฆ่าสัตว์บูชานั้นไม่เป็นที่ทรงพระทรงก็ประองค์แต่ ประการได้ บางครั้งเราเห็นในอิสลามสอนให้ฆ่าสัตว์เหมือนเฉลิมฉลองเช่นการทำกุรบานหรือ ฆ่าสัตว์ในวันอีดอัฎหา ถ้าการทำกุรบานนั้นทำเพราะเหตุผลอื่นไม่ใช่เพราะอัลลอฮฺ การกุรบานนั้นไม่ได้ผลใดๆ แต่ถ้าทำไปเนื่องมาจากเป็นคำสั่งของอัลลอฮฺที่สั่งให้มุสลิมทุกคนทำ หรือทำด้วยความยำเกรง บริสุทธิ์ใจต่ออัลลอฮฺ และทำถูกต้องทำสุนนะฮฺ(แบบอย่างที่นบีได้สอนไว้)ทุกอย่าง ก็จะเป็นยอมรับของอัลลอฮฺ

 قُلْ إِن تُخْفُواْ مَا فِي صُدُورِكُمْ أَوْ تُبْدُوهُ يَعْلَمْهُ اللهُ (آل عمران : 29

ความว่า : จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด) ว่าหากพวกท่านปกปิดสิ่งที่อยู่ในอกของพวกท่านหรือเปิดเผยมันก็ตาม อัลลอฮ์ก็ย่อมรู้สิ่งนั้นดี(อัลกุรอาน : 3/29)

    เจตนาของมนุษย์ ความบริสุทธิ์ใจหรือไม่บริสุทธิ์ใจ อัลลอฮฺรู้ทุกอย่าง

สวัสดีชาวโลก – يأ أيها الناس -‘

บล็อกนี้เป็นอีกบล็อกหนึ่งของผมที่ผมพยายามจะสะสมผลงานที่เคยเขียนมา และอันนี้เฉพาะเกี่ยวกับหะดีานบี โดยเฉพาะหะดีษในริยาฎุศศอลิหีน