หะดีษที่ 1 : การงานทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตั้งใจ

 وَعَنْ أَميرِ الْمُؤْمِنِينَ أبي حفْصٍ عُمرَ بنِ الْخَطَّابِ بْن نُفَيْل بْنِ عَبْد الْعُزَّى بن رياح بْن عبدِ اللَّهِ بْن قُرْطِ بْنِ رزاح بْنِ عَدِيِّ بْن كَعْبِ بْن لُؤَيِّ بن غالبٍ القُرَشِيِّ العدويِّ . رضي الله عنه ، قال : سمعْتُ رسُولَ الله صَلّى اللهُ عَلَيْهِ وسَلَّم يقُولُ

 « إنَّما الأَعمالُ بالنِّيَّات ، وإِنَّمَا لِكُلِّ امرئٍ مَا نَوَى ، فمنْ كانَتْ هجْرَتُهُ إِلَى الله ورَسُولِهِ فهجرتُه إلى الله ورسُولِهِ ، ومنْ كاَنْت هجْرَتُه لدُنْيَا يُصيبُها ، أَو امرَأَةٍ يَنْكحُها فهْجْرَتُهُ إلى ما هَاجَر إليْهِ »

 متَّفَقٌ على صحَّتِه. رواهُ إِماما المُحَدِّثِين: أَبُو عَبْدِ الله مُحَمَّدُ بنُ إِسْمَاعيل بْن إِبْراهيمَ بْن الْمُغيرة بْن برْدزْبَهْ الْجُعْفِيُّ  الْبُخَارِيُّ، وَأَبُو الحُسَيْنِى مُسْلمُ بْن الْحَجَّاجِ بن مُسلمٍ القُشَيْريُّ  النَّيْسَابُوريُّ رَضَيَ الله عَنْهُمَا في صَحيحيهِما اللَّذَيْنِ هما أَصَحُّ الْكُتُبِ الْمُصَنَّفَة .

      ความว่า : รายงานจาก อะมีร์มุมินีน อะบูฮัฟสิน อุมะร์ อิบนุ ค็อฏฏอบ อิบนุ นุไฟล์ อิบนุ อับดุลอุซซา อิบนุ ริยาฮฺ อิบนะ อับดุลลอฮฺ อิบนุ กุรฎิ อิบนุ ซารอฮฺ อิบนุ อาดีย์ อิบนุ กะอฺบิ อิบนุ ลุไอย์ อิบนะ ฆอลิบ อัลกุรอยช์ อัลอัดวีย์ รอฎอยัลลอฮฺฮุอันฮุ(ขออัลลอฮฺได้โปรดปรานท่าน) กล่าวว่า  : ฉันได้ยินท่านเราะซูลุลลอฮฺ (ศ็อลลอลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) กล่าว่า ..

การงานต่างๆ นั้นขึ้นอยู่กับการตั้งใจ และทุกคนจะได้รับการตอบแทนตามที่เขาตั้งใจไว้ การอพยพของบุคคลใดเขาทำเพื่ออัลลอฮฺและเราะซูลของพระองค์ การอพยพของเขาก็จะเป็นไปเพื่ออัลลอฮฺและเราะซูลของพระองค์ และการอพยพของบุคคลใดทำเพื่อหวังผลจากสิ่งบนโลก หรือเพื่อหญิงที่ต้องการแต่งงานด้วย การอพยพของเขาก็จะเป็นไปตามเจตนาที่เขาได้อพยพมา

ทั้งสองท่านเห็นพ้องตรงกันว่าเป็นหะดีษที่ถูกต้อง(เศาะหีหฺ) (เราจะเรียกย่อๆว่า มุตตะฟะกุน อะลัยฮิ)

บันทึกโดย อิมามหะดีษทั้งสองท่าน คือ อะบู อับดุลลอฮฺ มุฮำหมัด อิบนุ อิสมาอีล อิบนุ อิบรอฮีม อิบนุ อัลมฆีเราะฮฺ อิบนุ บัรดีซบะฮฺ อัล ญุอฟีย์ อัลบุคอรียฺ (เรียกย่อๆว่า อัลบุคอรียฺ)และ อะบู อัลฮะซัน มุสลิม อิบนุ อัลฮัจญาจ อิบนุ มุสลิม อัลกุชัยรีย์ อันไนซาบูรีย์ (เรียกย่อๆว่า มุสลิม) รอฎียัลลอฮุอันฮุมา(อัลลอฮฺทรงโปรดปรานท่านทั้งสอง) ในหนังสือหะดีษของท่านทั้งสอง ซี่งเป็นหนังสือที่ถูกต้อง(เศาะฮีฮฺ) ที่สุด

 

อัฏฏอบรอนีย์ ได้รายงานถึงสาเหตุที่เป็นที่มาของหะดีษนี้ว่า มีชายคนหนึ่งได้หมั้นกับหญิงคนหนึ่งชื่อ อุมมุลไกส์ นางได้ปฏิเสธการแต่งงานกับชายผู้นั้นจนกระทั่งนางได้อพยพตามนบี(ศอลฯ)ไปยังมะดีนะฮฺ ชายผู้นั้นก็อพยพตามไปและได้แต่งงานกับนาง ชายผู้นั้นได้ชื่อว่า ผู้อพยพอุมมุลไกส์

 أَميرِ الْمُؤْمِنِينَ (อะมีรุลมุมีนีน) หมายถึงผู้นำของบรรดาคนมุมิน เขาเป็นผู้บังคับบัญชาที่มุสลิมทุกคนจะต้องปฏิบัติตาม(ถ้าคำสั่งของเขานั้นไม่ขัดกับหลักศาสนา) ท่านเคาะลีฟะห์(ผู้สืบทอดการปกครองหลังจากนบี)อุมะร์ อิบนุ ค็อฏฏอบ คือบุคคลแรกในอิสลามที่ใช้ฉายานี้ และ
أبو حفْصٍ  (อะบูฮัฟสิน) เป็นอีกฉายาหนึ่งที่ใช้เรียกท่าน นอกจากนี้ยังมีฉายาอื่นๆ อีก เช่น الفَارَوق  (อัลฟารูก) เป็นต้น

النِّيَّات (อัน-นียฺยาต) พหูพจน์ของคำว่า النية(อัล-นียฺยะฮฺ ในหนังสือภาษาไทยบางเล่มเขียนว่า เนียต บางเล่มเขียนว่า เหนียต) หมายถึง การตั้งใจ หรือ การตั้งเจตนา เพื่อกระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใด

นิยฺยะฮฺ(نِيَّة) หรือเนียต เป็นงานของจิตใจ ไม่ใช่ของลิ้น ดังนั้นการเนียตในทุกการงานนั้นไม่จำเป็นจะต้องเปล่งออกมาเป็นเสียง เพราะแบบอย่างของมุสลิมในการทำอะบาดัตหรือการงานทุกอย่างคือท่านนบี(ศ็อลฯ) และท่านนบีไม่เคยเปล่งออกมาเป็นวาจาในการเนียตทุกครั้ง และทุกครั้งทีทำไปไม่ว่าจะสังเกตได้หรือสังเกตไม่ได้ อัลลอฮฺทรงรับรูทุกอย่าง

  (قُلْ إِنْ تُخْفُوا مَا فِي صُدُورِكُمْ أَوْ تُبْدُوهُ يَعْلَمْهُ اللهُ )

“จงกล่าวเถิดมุหัมมัด ว่าหากพวกท่านปกปิดสิ่งที่อยู่ในอกของพวกท่าน หรือเปิดเผยมันก็ตาม อัลลอฮ์ก็ย่อมรู้สิ่งนั้นดี” (สูเราะฮฺ อาลาอิมรอน อายะฮฺที่ 29)

هجْرَة  (ฮิจเราะฮฺ) แปลว่า การทิ้ง การจากไป หรือการอพยพ

ฮิจเราะฮฺ ในบัญญัติอิสลาม หมายถึง การละทิ้งจากสิ่งที่อัลลอฮฺห้าม(สิ่งหะรอม)

การอพยพที่มุสลิมสามารถทำได้ อุลามาอฺได้แบ่งไว้ 6  ประเภท คือ

  1. อพยพจากประเทศศัตรูของมุสลิมสู่ประเทศมุสลิม เช่น ท่านนบี(ศอลฯ)และบรรดาเศาะฮาบะฮฺ อพยพจากมักกะฮฺไปยังมะดีนะฮฺ และถ้าเมืองใดมีลักษณะเช่นเดียวกับมักกะฮฺในสมัยนั้นก็สามารถที่จะอพยพหนีออกจากเมืองนั้นได้ และมีหะดีษนบีหะดีษหนึง นบีกล่าว่า لاَ هِجْرَةٌ بَعْدَ الْفَتْحِ  (ไม่มีการอพยพหลังจากเปิดมักกะฮฺ) คือเมื่อมักกะฮฺเป็นดินแดนของมุสลิมแล้ว ก็ไม่จำเป็นที่จะอพยพอีกส
  2. อพยพจากดินแดนที่เต็มด้วยบิดอะฮฺ(อุตริในเรื่องศาสนา) อิมามมาลิกได้กล่าวว่า “ฉันไม่อนุญาตให้คนสะลัฟ(ผู้ที่ยึดตามแนวอัลกุรอานและหะดีษเท่านั้น)ถูกด่าทอ”
  3. อพยพจากดินแดนที่เต็มไปด้วยมะอฺศียะฮฺ(สิ่งที่ต้องห้าม)
  4. อพยพหนีจากอันตราย อย่างเช่น นบีมูซาหนีฟีรเอาน์
  5. อพยพเนื่องจากกลัวโรคภัย หรือความแอดอัดและมลพิษของเมืองทีเขาอยู่
  6. อพยพเนื่องจากกลัวภัยอันตรายคุกคาม

ส่วนการอพยพในสมัยนบี(ศอลฯ)นั้นเกิดขึ้น 2  ครั้ง

ครั้งที่หนึ่ง เป็นอพยพจากดินแดนที่ไม่ปลอดภัยสู่ดินแดนที่ปลอดภัย คือ การอพยพของกลุ่มเศาะหาบะห์ ที่นำโดย ญะอฺฟัร อิบนุ อะบูฎอลิบ จากมักกะฮฺ ไปยัง เมือง หะบะชะฮฺ และการอพยพในตอนต้นของการอพยพไปเมืองมะดีนะฮฺ

ครั้งที่สอง เป็นการอพยพครั้งใหญ่เป็นการอพยพจากดินแดนผู้ปฏิเสธ สู่ดินแดนอิสลาม คือ การอพยพจากมักกะฮไปยังเมืองมะดีนะฮฺ

 

บทเรียนจากหะดีษนี้

  1. ทุกคนที่จะทำการสิ่งใดจำเป็นจะต้องนีย์ยะห์หรือตั้งเจตนา และผู้นีย์ยะฮฺจะได้บุญ
    อุลามาอฺมีความเห็นแตกต่างกันเรื่องเงื่อนไขของการตั้งเจตนาในการงานต่างๆ

ก.      อิมามชาฟีอีย์ เห็นว่า เป็นเงื่อนไขของการทำอิบาดะฮฺ ไม่ว่าตัวอิบาดะฮฺเอง เช่นการละหมาด หรือ การกระทำที่เป็นการนำเพื่อทำอะบาดะฮฺ เช่น การอาบน้ำละหมาด หมายความว่า อาบน้ำละหมาดก็ต้องตั้งเจตนา และการละหมาดก็ต้องตั้งเจตนา

ข.      อิมามฮะนาฟีย์ เห็นว่า เป็นเงื่อนไขสำหรับทำอีบาดะฮฺเท่านั้น ไม่ได้เป็นเงื่อนไขสำหรับสิ่งที่จะนำสู่การทำอิบาดะฮฺ หมายความว่า เงื่อนไขสำหรับการละหมาดแต่ไม่ได้เป็นเงื่อนไขสำการอาบน้ำละหมาด

  1. การตั้งเจตนานั้นอยู่ที่ใจ ไม่จำเป็นจะต้องเปล่งวาจาออกมาในทุกๆอิบาดะฮฺ ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาด(ฎอฮาเราะฮฺ) การละหมาด การจ่ายซากาต การถือศีลอด การทำฮัจญฺ และอื่นๆ แต่มีบางทัศนะว่า การทำฮัจญฺจะต้องเปล่งเป็นวาจาออกมาซึ่งไปตีความจากสุนนะฮฺกล่าวตัลบียะฮฺเป็นเป็นการกล่าวเจตนา
  2. การงานที่ดีต้องมาจากการตั้งเจตนาที่ดี  เพราะการตั้งเจตนาที่ดีนั้นจะไม่ทำให้เกิดการกระทำในสิ่งที่บาปและสิ่งอุตริ(บิดอะฮฺ)ได้
  3. อิคลาศหรือความบริสุทธิ์ใจเพื่ออัลลอฮฺ เป็นเงื่อนไขหลักในการที่อัลลอฮฺจะยอมรับในการงานนั้น เพราะอัลลอฮฺจะไม่ยอมรับการงานที่กระทำโดยไม่บริสุทธิใจและไม่ทำตามแนวทางของนบี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *