หะดีษที่ 3 : ไม่การอพยพหลังจากเปิดมักกะฮฺ

หะดีษที่ 3

وعَنْ عَائِشَة رَضِيَ الله عنْهَا قَالَت قالَ النَّبِيُّ صَلّى اللهُ عَلَيْهِ وسَلَّم :

 «لا هِجْرَةَ بَعْدَ الْفَتْحِ، وَلكنْ جِهَادٌ وَنِيَّةٌ ، وَإِذَا اسْتُنْفرِتُمْ فانْفِرُوا»

مُتَّفَقٌ عَلَيْهِ

 وَمَعْنَاهُ : لا هِجْرَةَ مِنْ مَكَّةَ لأَنَّهَا صَارَتْ دَارَ إِسْلامٍ

ความว่า : รายงานจาก อาอิชะฮฺ รอฎิยัลลอฮุอันฮา ท่านได้กล่าวว่า : ท่านนบี(ศอลฯ) ได้กล่าวว่า “ ไม่มีการอพยพหลังจากเปิดมักกะฮฺ แต่ญิฮาด(ยังคงมี) และการตั้งเจตนา และถ้าพวกเจ้าถูกเรียก(ให้ออกสงคราม) เจ้าจงไป”

บันทึกโดย อัล-อัลบุคอรีย์และมุสลิม และทั้งสองเห็นพ้องว่าหะดีษนี้ศอหีหฺ

หมายถึง ไม่มีการอพยพจากมักกะฮฺไปยังมะดีนะฮฺอีกเพราะ มักกะฮฺเป็นเมืองที่ปกครองโดยอิสลามแล้ว

الْفَتْحِ การเปิด หมายถึง การเปิดนครมะกะฮฺที่ปกครองมานานโดยกาฟิรฺกุรอยชฺ และในปีที่ 8  ของการอพยพของนบี(ศอลฯ)ไปมะดีนะฮฺ ท่านนบีและบรรดาเศาะฮาบะฮฺ ได้ยกทัพพิชิตนครมักกะฮฺ และหลังจากนั้นนครมักกะฮฺก็เป็นเมืองที่ปกครองโดยมุสลิม ใช้กฎหมายอิสลามปกครองอย่างสันติเป็นต้นมา ฉะนั้นไม่มีความจำเป็นใดๆที่คนมักกะฮฺในสมัยนั้นจะอพยพตามนบีไปยังมะดีนะฮฺอีก

جِهَادٌ ญิฮาด หมายถึงการทำสงครามศาสนา เพื่อปกป้องศาสนา ปกป้องดินแดนมุสลิม และปกป้องมุสลิม และอุลามาอได้แบ่งการญิฮาดอีกไปอีกหลายลักษณะ เช่น

ญิฮาดด้วยวาจา คือ การพูด การบรรยาย การอภิปราย การสอน หรือสนทนาเกี่ยวกับศาสนา ให้ผู้คนเข้าใจอิสลามอย่างถูกต้อง รวมถึงการเขียนหนังสือหรือบทความเกี่ยวกับศาสนาด้วย และผู้ออกไปศึกษาหาความรู้นับว่าเป็นการญิฮาดอย่างหนึ่ง

ญิฮาดด้วยเงินทอง คือ การบริจาคเงินทองเพื่อศาสนา

ญิฮาดด้วยชีวิต คือ การออกไปทำสงครามศาสนา หรือสละพละกำลังเพื่อศาสนาหรือเพื่อคนมุสลิม เป็นต้น

َنِيَّةٌ คือการตั้งเจตนา แม้การออกไปทำสงครามเพื่อศาสนาแล้วไม่ได้หมายความคนที่ไปนั้นจะถูกต้องและได้ผลบุญตามที่กำหนด คือ ถ้าเสียชีวิตนับเป็นชาฮีดและได้เข้าสวรรค์ แต่จะเป็นเช่นนั้นได้ต้องอยู่กับการตั้งเจตนาของเขาทั้งก่อนและระหว่างออกไปญิฮาด

وَإِذَا اسْتُنْفرِتُمْ فانْفِرُوا (และถ้าพวกเจ้าถูกเรียก-ให้ออกสงคราม- เจ้าจงไป) หมายความว่า มุสลิมต้องมีผู้นำ และจะต้องทำตามคำสั่งผู้นำทุกอย่าง แม้จะเรียกไปเสี่ยงกับความตายก็ต้องไป

 

บทเรียนจากหะดีนี้

  1. คนที่อยู่ในเมืองที่สันติ ปกครองโดยมุสลิม หรือเป็นเมืองอิสลามแล้วไม่จำเป็นที่จะต้องอพยพอีก แต่ถ้าเมืองใดที่มุสลิมถูกคุกคามก็จำเป็นที่จะต้องอพยพ และทุกครั้งที่อพยพจะได้ผลบุญการอพยพ เพราะได้ปฏิบัติตามแนวทางที่นบีได้วางไว้
  2. การนิยฺยะฮฺหรือตั้งเจตนาเพื่อญิฮาดต้องมี ทุกคนจะต้องนิยฺยะฮฺ ส่วนจะทำญิฮาดแบบใดนั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และความสามารถของแต่ละคน
  3. มุสลิมจะต้องมีผู้นำ และต้องเชื่อฟังผู้นำนั้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *