หะดีษที่ 59 : ตอบคำถามระหว่างที่กำลังคุยอยู่

นักเรียนตอบคำถาม ดาวน์โหลดรูปภาพ (รหัส) 500997976_ขนาด 10 MB_รูป ...

 

เรื่อง : คนถามหาความรู้ระหว่างที่เขากำลังพูดคุยกัน ให้พูดให้จบก่อนแล้วค่อยตอบคำถา


59 حَدَّثَنَا مُحَمَّدُ بْنُ سِنَانٍ قَالَ حَدَّثَنَا فُلَيْحٌ ح وَحَدَّثَنِي إِبْرَاهِيمُ بْنُ الْمُنْذِرِ قَالَ حَدَّثَنَا مُحَمَّدُ بْنُ فُلَيْحٍ قَالَ حَدَّثَنِي أَبِي قَالَ حَدَّثَنِي هِلَالُ بْنُ عَلِيٍّ عَنْ عَطَاءِ بْنِ يَسَارٍ عَنْ أَبِي هُرَيْرَةَ قَالَ بَيْنَمَا النَّبِيُّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ فِي مَجْلِسٍ يُحَدِّثُ الْقَوْمَ جَاءَهُ أَعْرَابِيٌّ فَقَالَ مَتَى السَّاعَةُ فَمَضَى رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يُحَدِّثُ فَقَالَ بَعْضُ الْقَوْمِ سَمِعَ مَا قَالَ فَكَرِهَ مَا قَالَ وَقَالَ بَعْضُهُمْ بَلْ لَمْ يَسْمَعْ حَتَّى إِذَا قَضَى حَدِيثَهُ قَالَ أَيْنَ أُرَاهُ السَّائِلُ عَنْ السَّاعَةِ قَالَ هَا أَنَا يَا رَسُولَ اللَّهِ قَالَ فَإِذَا ضُيِّعَتْ الْأَمَانَةُ فَانْتَظِرْ السَّاعَةَ قَالَ كَيْفَ إِضَاعَتُهَا قَالَ إِذَا وُسِّدَ الْأَمْرُ إِلَى غَيْرِ أَهْلِهِ فَانْتَظِرْ السَّاعَةَ

 

หะดีษที่ 59 :

มุหัมมัด อิบนุ ซินาน ได้บอกแก่เราว่า ฟุไลฮฺ ได้บอกแก่เรา ว่า – สายรายงานอื่น – อิบรอฮีม อิบน อัลมุนซิรฺ ได้บอกแก่ฉันว่า มุหัมมัด อิบนุ ฟุไลฮฺ อิบนุ อะลา ได้บอกแก่เฉันว่า อะฎออฺ อิบนุ ยะซารฺ ได้รายงานจาก อะบู ฮุร็อยเราะฮฺว ว่า 

ระหว่างที่ท่านนบี(ศ็อลฯ) นั่งพูดคุยกับกับพรรคพวกของท่าน มีชายอาหรับชนบทคนหนึ่งได้เข้ามาถามท่านว่า "เมื่อไรวันสิ้นโลกจะมาถึง?" ท่านเราะซูลุลลอฮฺ(ศ็อลฯ) ก็พูดคุยต่อ บางคนกล่าวว่า ท่านนบีได้ยินที่ชายชนบทนั้นถาม แต่ท่านไม่พอใจ บางคนว่าจริงๆแล้วท่านไม่ได้ยิน เมื่อท่านเสร็จสิ้นจากการพูดคุยของท่าน ท่านกล่าวว่า

"ไหน ให้ฉันเห็นคนที่ถามเกี่ยวกับวันสิ้นโลก

ชายคนนั้นตอบว่า "อยู่นี้ครับ ฉันเป็นคนถามครับท่านเราะซูลุลลอฺฮฺ" 

ท่านเราะซูลุลลอฮฺ ตอบว่า่ "เมื่อความไว้วางใจหมดสิ้นไป ก็จงรอวันสิ้นโลก

ชายคนนั้นถามต่อว่า "ความไว้วางใจหมดสิ้นไปได้อย่างไร?"

ท่านตอบว่า "เมื่อมอบหมายอำนาจการปกครองแก่ผู้ที่ไม่เหมาะสมแล้วเจ้าก็จงรอวันสิ้นโลก

 

บทที่ 3 : ความรู้

شبكة المعارف الإسلامية :: منزلة العلم

เรื่อง : ความประเสริฐของความรู้

อัลลอฮฺตรัสว่า 

يَرۡفَعِ ٱللَّهُ ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ مِنكُمۡ وَٱلَّذِينَ أُوتُواْ ٱلۡعِلۡمَ دَرَجَٰتٖۚ وَٱللَّهُ بِمَا تَعۡمَلُونَ خَبِيرٞ

(อัลลอฮฺจะทรงยกย่องเทอดเกียรติแก่บรรดาผู้ศรัทธาในหมู่พวกเจ้า และบรรดาผู้ได้รับความรู้หลายชั้น และอัลลอฮฺทรงรอบรู้ยิ่งในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ)(ซูเราะฮฺ อัลมุญาดะละฮฺ 58:11)

และคำตรัสของพระองค์

وَقُل رَّبِّ زِدۡنِي عِلۡمٗا

(จงกล่าวเถิด ข้าแต่พระเจ้าของข้า พระองค์ขอพระองค์ทรงโปรดเพิ่มพูนความรู้แก่ข้าพระองค์ด้วย) (ซูเราะฮฺ ฏอฮา 20:114)  

 

 

 

 

หะดีษที่ 58 :

 

حَدَّثَنَا أَبُو النُّعْمَانِ ، قَالَ : حَدَّثَنَا أَبُو عَوَانَةَ ، عَنْ زِيَادِ بْنِ عِلَاقَةَ ، قَالَ :

سَمِعْتُ جَرِيرَ بْنَ عَبْدِ اللَّهِ ، يَقُولُ :

يَوْمَ مَاتَ الْمُغِيرَةُ بْنُ شُعْبَةَ قَامَ فَحَمِدَ اللَّهَ وَأَثْنَى عَلَيْهِ ، وَقَالَ :

" عَلَيْكُمْ بِاتِّقَاءِ اللَّهِ وَحْدَهُ لَا شَرِيكَ لَهُ ، وَالْوَقَارِ وَالسَّكِينَةِ حَتَّى يَأْتِيَكُمْ أَمِيرٌ ، فَإِنَّمَا يَأْتِيكُمُ الْآنَ ، ثُمَّ قَالَ : اسْتَعْفُوا لِأَمِيرِكُمْ فَإِنَّهُ كَانَ يُحِبُّ الْعَفْوَ ، ثُمَّ قَالَ : أَمَّا بَعْدُ ، فَإِنِّي أَتَيْتُ النَّبِيَّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ ، قُلْتُ : "أُبَايِعُكَ عَلَى الْإِسْلَامِ ، فَشَرَطَ عَلَيَّ وَالنُّصْحِ لِكُلِّ مُسْلِمٍ ، فَبَايَعْتُهُ عَلَى هَذَا " ،وَرَبِّ هَذَا الْمَسْجِدِ إِنِّي لَنَاصِحٌ لَكُمْ ،

ثُمَّ اسْتَغْفَرَ وَنَزَلَ

 

ความว่า : 

อะบู อันนุอฺมาน ได้บอกแก่เราว่า อะบู อะวานะฮฺได้บอกแก่เราว่า ซิยาด อิบนุอิลาเกาะฮฺ ได้กล่าวว่า 

ฉันได้ยิน ญะรีรฺ อิบนุ อับดุลลอฮฺ กล่าวว่า

ในวันที่ อัลมุฆีเราะฮฺ อิบนุ ซุอฺบะฮฺ เสียชีวิต เขาได้ยืนขึ้น(บนแท่นปราศรัย) แล้วกล่าวสรรเสริญอัลลอฮฺและสดะดีในพระองค์ แล้วกล่าวว่า

"พวกเจ้าจะต้องสำรวมตนต่อเอกองค์อัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียว ไม่ตั้งภาคีใดๆต่อพระองค์ และพวกเจ้าจะต้องหนักแน่นและสุขุมจกว่าจะมีผู้นำ(คนใหม่)มาให้แก่พวกเจ้า" แล้วเขากล่าวอีกว่า "พวกเจ้าจงขออภัยโทษจากอัลลอฮฺให้แก่ผู้นำของพวกเจ้า เพราะแท้จริงนั้นพระองค์ทรงพึงพอใจที่จะให้อภัย" จากนั้นเขากล่าวอีกว่า "หลังจากนี้(ฉันจะพูดต่อไปอีกว่า) แท้จริงนั้น ฉันได้ไปหาท่านนบี(ศ็อลฯ) แล้วฉันกล่าวแก่ท่านว่า : ฉันได้สาบานกับท่านนับถือศาสนาอิสลาม โดยมีเงื่อนไขต้องตักเตือนมุสลิมทุกคน ฉันจึงได้สาบานด้วยส่งนี้" และฉันขอสาบานกับพระผู้อภิบาลมัสยิดแห่งนี้ว่า ฉันจะเป็นที่ให้คำตักเตือนแก่พวกเจ้า"

จากนั้นเขาก็กล่าวอิซติฆฟารฺ ขอลุโทษจากอัลลอฮฺแล้วลงจากแท่น 

หะดีษที่ 57 : ศาสนาคือการตักเตือน

 

เรื่อง  : คำกล่าวของท่านนบี(ศ็อลฯ) ที่ว่า " الدِّينُ النَّصِيحَةُ … لِلَّهِ وَلِكِتَابِهِ وَلِرَسُولِهِ وَلِأَئِمَّةِ الْمُسْلِمِينَ وَعَامَّتِهِمْ" (ศาสนาคือการตักเตือนกัน .. เพื่ออัลลอฮฺ เพื่อเราะซูลของพระองค์ เพื่อผู้นำมุสลิมทั้งมวล และเพื่อบุคคลทั่วไปหมู่ของพวกเขา) และคำตรัสของอัลลอฮฺที่ว่า 

إِذَا نَصَحُواْ لِلَّهِ وَرَسُولِهِۦۚ

(เมื่อพวกเขาได้แนะนำตักเตือนให้จงรักภักดีต่ออัลลอฮฺ และเราะซูลของพระองค์)

 

หะดีษที่ 57 

حَدَّثَنَا مُسَدَّدٌ ، قَالَ : حَدَّثَنَا يَحْيَى ، عَنْ إِسْمَاعِيلَ ، قَالَ : حَدَّثَنِي قَيْسُ بْنُ أَبِي حَازِمٍ ، عَنْ جَرِيرِ بْنِ عَبْدِ اللَّهِ ، قَالَ :

" بَايَعْتُ رَسُولَ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ عَلَى إِقَامِ الصَّلَاةِ ، وَإِيتَاءِ الزَّكَاةِ ، وَالنُّصْحِ لِكُلِّ مُسْلِمٍ "

ความว่า :

มุซัดดัด ได้บอกแก่เราว่า ยะหฺยาได้บอกแก่เราว่า ก็อยซฺ อิบนุอะบีหาซิม ได้บอกแก่ฉันว่า ญาบิรฺ อิบนุอับดุลลอฮฺ ได้กล่าวว่า ..

"ฉันได้สัตยปฎิญานแก่เราะซูลุลอฮฺ(ศ็อลฯ)ว่า จะดำรงละหมาด จะจ่ายซะกาต และจะให้คำตักเตือนแก่มุสลิมทุกคน"

หะดีษที่ 56 : อาหาร 1 คำให้แก่ภรรยาก็ได้บุญ

حَدَّثَنَا الْحَكَمُ بْنُ نَافِعٍ ، قَالَ : أَخْبَرَنَا شُعَيْبٌ ، عَنِ الزُّهْرِيِّ ، قَالَ : حَدَّثَنِي عَامِرُ بْنُ سَعْدٍ ، عَنْ سَعْدِ بْنِ أَبِي وَقَّاصٍ أَنَّهُ أَخْبَرَهُ ، أَنَّ رَسُولَ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ ، قَالَ : " إِنَّكَ لَنْ تُنْفِقَ نَفَقَةً تَبْتَغِي بِهَا وَجْهَ اللَّهِ إِلَّا أُجِرْتَ عَلَيْهَا حَتَّى مَا تَجْعَلُ فِي فَمِ امْرَأَتِكَ " .

ความว่า :
อัลหากิม อิบนุนาฟิอฺ ได้บอกแก่เราว่า ชุไอบฺได้เล่าให้เราว่า ซุฮฺรีย์ ได้กล่าวว่า อามิรฺ อิบนุซะอีด ได้บอกแก่ฉันว่า ซะอัด อิบนุอะบีวักกอศฺ ได้เล่าว่า เราะซูลุลลอฮฺ(ศ็อลฯ) ได้กล่าวว่า 
"เจ้าไม่ได้ใช้จ่ายเพื่ออัลลอฮฺนอกจากเจ้าจะได้รับผลตอบแทนจากการกระทำสิ่งนั้นแม้แต่การให้อาหารคำหนึ่งให้แก่ภรรยาของเจ้า"

หะดีษที่ 55 : ใช้จ่ายเพื่อครอบครัว

حَدَّثَنَا حَجَّاجُ بْنُ مِنْهَالٍ ، قَالَ : حَدَّثَنَا شُعْبَةُ ، قَالَ : أَخْبَرَنِي عَدِيُّ بْنُ ثَابِتٍ ، قَالَ : سَمِعْتُ عَبْدَ اللَّهِ بْنَ يَزِيدَ ، عَنْ أَبِي مَسْعُودٍ ، عَنِ النَّبِيِّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ ، قَالَ : " إِذَا أَنْفَقَ الرَّجُلُ عَلَى أَهْلِهِ يَحْتَسِبُهَا فَهُوَ لَهُ صَدَقَةٌ "

ความว่า :

หัจญาจ อิบนุมินฮาล ได้บอกแก่เราว่า ชุอฺบะฮฺ ได้บอกแก่เราว่า อะอีย์ อิบนุษาบิท ได้เล่าแก่ฉันว่า "ฉันได้ยินอับดุลลอฮฺ อิบนุยะซีด ซึ่งได้รับรายงานจาก อะบูมัซอูด ว่า ท่านนบี(ศ็อลฯ) ได้กล่าวว่า ..

"เมื่อชายคนหนึ่งใช้จ่ายเพื่อครอบครัวของเขาเพื่อหวังในผลบุญ การกระทำของเขานั้นถือเป็นการให้ทานอย่างหนึ่ง(คือได้บุญ)"

 

 

หะดีษที่ 54 : บทเกี่ยวกับการงานนั้นขึ้นอยู่กับการตั้งใจและความหวังในผลการกระทำนั้น

รวมถึง ความศรัทธา การอาบน้ำละหมาด การละหมาด การจ่ายซะกาต การทำหัจญฺ การถือศีลอดและการทำตามบทบัญญัติทั้งหมด

อัลลอฮฺ ได้ตรัสว่า

قُلْ كُلٌّ يَعْمَلُ عَلَى شَاكِلَتِهِ

(จงกล่าวเถิด แต่ละคนทำตามแนวทางของเขา) (อัลอิซรออฺ 17:84) คือ ตามที่เขาตั้งใจไว้


ชายคนหนึ่งได้จ่ายเงินทองเพื่อครอบครัวของเขาหวังได้รับผลตอบแทนจากอัลลอฮฺ ถือว่า เขาก็ได้ทำทาน(ได้บุญ)และท่านนบี ได้กล่าวว่า "แต่การทำญิฮาดและการตั้งใจ"

หะดีษที่ 54 :

حَدَّثَنَا عَبْدُ اللَّهِ بْنُ مَسْلَمَةَ ، قَالَ : أَخْبَرَنَا مَالِكٌ ، عَنْ يَحْيَى بْنِ سَعِيدٍ ، عَنْ مُحَمَّدِ بْنِ إِبْرَاهِيمَ ، عَنْ عَلْقَمَةَ بْنِ وَقَّاصٍ ، عَنْ عُمَرَ ، أَنَّ رَسُولَ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ ، قَالَ :

" الْأَعْمَالُ بِالنِّيَّةِ وَلِكُلِّ امْرِئٍ مَا نَوَى ، فَمَنْ كَانَتْ هِجْرَتُهُ إِلَى اللَّهِ وَرَسُولِهِ فَهِجْرَتُهُ إِلَى اللَّهِ وَرَسُولِهِ ، وَمَنْ كَانَتْ هِجْرَتُهُ لدُنْيَا يُصِيبُهَا أَوِ امْرَأَةٍ يَتَزَوَّجُهَا فَهِجْرَتُهُ إِلَى مَا هَاجَرَ إِلَيْهِ "

ความว่า :

อับดุลลอฮฺ อิบนุ มัซละมะฮฺ ได้บอกแก่เราว่า มาลิก ได้บอกแก่เราว่า ยะหฺยา อิบนุซะอีดได้รายงานว่า มุหัมมัด อิบนุอิบรอฮีม ได้รายงานว่า อัลเกาะมะฮฺ อิบนุ วักก็อศ ได้รายงานว่า

อุมัรฺ อิบนุค็อฏฏอบ ได้รายงานว่า เราะซูลุลลอฮฺ(ศ็อลฯ)ได้กล่าวว่า

"ทุกการงานอยู่ที่การตั้งเจตนา(เนียต) และทุกการกระทำจะผลตามที่เขาตั้งใจ การอพยพ(ฮิจเราะฮ)ของผู้ใดที่ทำเพื่ออัลลอฮฺและเราะซูลของพระองค์การอพยพนั้นก็จะสู่อัลลอฮฺและเราะซูลของพระองค์(ได้บุญ) แต่ถ้าการอพยพของเขานั้นเพื่อวัตถุบนโลกนี้หรือเพื่อหญิงสาวที่จะแต่งงานกับนาง การอพยพของเขาก็จะสู่สิ่งที่เขาได้อพยพไปหา(ได้สิ่งนั้น แต่จะไม่ได้บุญ)"

 

หะดีษที่ 53 : การจ่าย 1 ใน 5 ของส่วนแบ่งสงครามเป็นส่วนหนึ่งของความทรัทธา

 

حَدَّثَنَا عَلِيُّ بْنُ الْجَعْدِ ، قَالَ : أَخْبَرَنَا شُعْبَةُ ، عَنْ أَبِي جَمْرَةَ ، قَالَ :

كُنْتُ أَقْعُدُ مَعَ ابْنِ عَبَّاسٍ يُجْلِسُنِي عَلَى سَرِيرِهِ ، فَقَالَ : أَقِمْ عِنْدِي حَتَّى أَجْعَلَ لَكَ سَهْمًا مِنْ مَالِي ، فَأَقَمْتُ مَعَهُ شَهْرَيْنِ ، ثُمَّ قَالَ : إِنَّ وَفْدَ عَبْدِ الْقَيْسِ لَمَّا أَتَوْا النَّبِيَّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ ،

قَالَ : مَنِ الْقَوْمُ أَوْ مَنِ الْوَفْدُ ؟

قَالُوا : رَبِيعَةُ ،

قَالَ : مَرْحَبًا بِالْقَوْمِ أَوْ بِالْوَفْدِ غَيْرَ خَزَايَا وَلَا نَدَامَى ،

فَقَالُوا : يَا رَسُولَ اللَّهِ ، إِنَّا لَا نَسْتَطِيعُ أَنْ نَأْتَيِكَ إِلَّا فِي الشَّهْرِ الْحَرَامِ وَبَيْنَنَا وَبَيْنَكَ هَذَا الْحَيُّ مِنْ كُفَّارِ مُضَرَ ، فَمُرْنَا بِأَمْرٍ فَصْلٍ نُخْبِرْ بِهِ مَنْ وَرَاءَنَا وَنَدْخُلْ بِهِ الْجَنَّةَ ،

وَسَأَلُوهُ عَنِ الْأَشْرِبَةِ ؟

 فَأَمَرَهُمْ بِأَرْبَعٍ وَنَهَاهُمْ عَنْ أَرْبَعٍ ، أَمَرَهُمْ بِالْإِيمَانِ بِاللَّهِ وَحْدَهُ ،

قَالَ : أَتَدْرُونَ مَا الْإِيمَانُ بِاللَّهِ وَحْدَهُ ؟

قَالُوا : اللَّهُ وَرَسُولُهُ أَعْلَمُ ،

قَالَ : شَهَادَةُ أَنْ لَا إِلَهَ إِلَّا اللَّهُ وَأَنَّ مُحَمَّدًا رَسُولُ اللَّهِ ، وَإِقَامُ الصَّلَاةِ ، وَإِيتَاءُ الزَّكَاةِ ، وَصِيَامُ رَمَضَانَ ، وَأَنْ تُعْطُوا مِنَ الْمَغْنَمِ الْخُمُسَ ، وَنَهَاهُمْ عَنْ أَرْبَعٍ : عَنِ الْحَنْتَمِ وَالدُّبَّاءِ وَالنَّقِيرِ وَالْمُزَفَّتِ ، وَرُبَّمَا قَالَ : الْمُقَيَّرِ ،

وَقَالَ : احْفَظُوهُنَّ وَأَخْبِرُوا بِهِنَّ مَنْ وَرَاءَكُمْ " .

 

ความว่า :

อะลี อิบนุลญะอฺดิ ได้บอกแก่เราว่า ชุอฺบะฮฺได้เล่าแก่เราว่า  รายงานจาก อะบูญัมเราะฮฺ ว่า เขาได้กล่าวว่า..

"ฉันได้นั่งกับอิบนุอับบาซ โดยท่านให้ฉันนั่งบนเตียงของท่าน แล้วท่านกล่าวว่า ..

"เจ้าจงอยู่กับฉัน กระทั้งฉันแบ่งให้เจ้ามีส่วนในทรัพยย์สินของฉัน"

ฉันก็อยู่กับท่านเป็นเวลา 2 เดือน แล้วท่านก็กล่าวอีกว่า

"เมื่อตัวแทนอับดุลก็อยซฺมาหานบี(ศ็อลฯ) ท่านนบีถามว่า

"มาจากกลุ่มไหน หรือ เป็นต้วแทนใคร"

พวกเขาตอบว่า "มาจากกลุ่มเราะบีอะฮฺ"

ท่านนบีกล่าวว่า

"ยินต้อนรับพวกของท่าน หรือ ตัวแทน ด้วยความไม่สิ้นหวังหรือเสียใจ"

พวกเขากล่าวว่า "โอ้ เราะซูลุลลอฮฺ พวกเราไม่สามารถที่จะมาหาท่านได้ นอกจากในเดือนหะร็อมเท่านั้น เพราะระหว่างเรากับท่าน เป็นหมู่บ้านของชนเผ่าคนปฎิเสธ(กาฟิร)ที่อันตราย ดังนั้นจงสั่งให้พวกเราปฏิบัติในสิ่งที่ชัดเจนเถิด เราจะได้บอกสิ่งที่ท่านสั่งนั้นแก่คนที่อยู่ข้างหลัง(คนไม่มาด้วย) และพวกเราจะได้เข้าสวรรค์สวรรค์กับสิ่งนี้"

พวกเขาถามเกี่ยวกับเครื่องดื่ม ท่านนบีใช้ให้พวกเขากระทำ 4 อย่าง และห้าม 4 อย่าง

และท่านนบีกล่าวว่า

"พวกเจ้ารู้ไหมว่า อะไรคืออีมานต่ออัลลอฮฺเพียงพระองค์เดี่ยวเท่านั้น?"

พวกเขาตอบว่า "อัลลอฮฺและเราะซูลของพระองค์เท่านั้นที่ทรงรู้ที่สุด"

ท่านนบีกล่าวว่า

"การยืนยัน(ชะฮาดะฮฺ)ว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ และมุหัมมัดคือศาสนาทูต(เราะซูล)ของพระองค์  ดำรงละหมาด จ่ายซะกาต ถือศีลอดในเดือนรอมฎอน และจ่ายทรัพย์สินที่ได้จากสงคราม 1 ใน 5 (คุมุซ) และท่านก็ได้ห้ามพวกเขากระทำ 4 อย่าง คือ ฮันตัม ดุบาอฺ นะกีรฺ และมุซัฟฟัต หรือ มุก็อยยัรฺ(ภาชนะใช้ใส่เครื่องดื่มมันเมา)"

และท่าน(ศอลฯ)ได้กล่าวอีกว่า

"พวกเจ้าจงจดจำมันไว้และบอกแก่คนที่อยู่ข้างหลังของพวกเจ้าด้วย"""

 

 

หะดีษที่ 52 : ความประเสริฐของคนทำศาสนาของตัวเองสะอาด

حَدَّثَنَا أَبُو نُعَيْمٍ ، حَدَّثَنَا زَكَرِيَّاءُ ، عَنْ عَامِرٍ ، قَالَ : سَمِعْتُ النُّعْمَانَ بْنَ بَشِيرٍ ، يَقُولُ : سَمِعْتُ رَسُولَ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ ، يَقُولُ : " الْحَلَالُ بَيِّنٌ وَالْحَرَامُ بَيِّنٌ ، وَبَيْنَهُمَا مُشَبَّهَاتٌ لَا يَعْلَمُهَا كَثِيرٌ مِنَ النَّاسِ ، فَمَنِ اتَّقَى الْمُشَبَّهَاتِ اسْتَبْرَأَ لِدِينِهِ وَعِرْضِهِ ، وَمَنْ وَقَعَ فِي الشُّبُهَاتِ كَرَاعٍ يَرْعَى حَوْلَ الْحِمَى يُوشِكُ أَنْ يُوَاقِعَهُ ، أَلَا وَإِنَّ لِكُلِّ مَلِكٍ حِمًى ، أَلَا إِنَّ حِمَى اللَّهِ فِي أَرْضِهِ مَحَارِمُهُ ، أَلَا وَإِنَّ فِي الْجَسَدِ مُضْغَةً إِذَا صَلَحَتْ صَلَحَ الْجَسَدُ كُلُّهُ وَإِذَا فَسَدَتْ فَسَدَ الْجَسَدُ كُلُّهُ ، أَلَا وَهِيَ الْقَلْبُ "

ความว่า :

อะบู นิอีมได้บอกแก่เราว่า ซะการิยาอฺ ได้บอกแก่เราว่า มีรายงานจาก อามีรฺ ว่า เขาได้กล่าวว่า ฉันได้ยิน อันนุอฺมาน อิบนุบะซีรฺ กล่าวว่า ฉันได้ยินเราะซูลุลลอฮฺ(ศ็อลฯ) กล่าวว่า

"หะลาลนั้นชัดเจนและหะร็อมนั้นชัดเจน และระหว่างทั้งสองนี้มีสิ่งที่คลุมเครือ คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะรู้ ดังนั้นผู้ใดระมัดระวังสิ่งคลุมเครื่อนั้น เขาก็ได้รักษาความสะอาดของศาสนาและเกียรติของเขา  และถ้าผู้ตกอยู่ในสิ่งคลุมเครื่อนั้น เสมือนคนที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงรอบๆรั้วของเขตหวงห้าม กลัวว่าจะเข้าในเขตที่หวงห้ามนี้ พึงรู้ไว้เถิดกษัตริย์ทุกคนมีเขตหวงห้าม เขตหวงห้ามของอัลลอฮฺในพื้นแผ่นดินของพระองค์คือสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม(หะร็อม) พึงรู้ไว้เถิด ในร่างกายมีก้อนเลือดอยู่ก้อนหนึ่ง ถ้าก้อนเลือดนี้ดี ส่วนอื่นๆของร่างกายก็จะดีด้วย และถ้าก้อนเลือดนี้เสียหาย ส่วนอื่นของร่างกายก็จะเสียหายเด้วย สิ่งนั้นไม่ใช่จิตใจกระนั้นหรือ "

หะดีษที่ 51 : เรื่อง…

حَدَّثَنَا إِبْرَاهِيمُ بْنُ حَمْزَةَ ، قَالَ : حَدَّثَنَا إِبْرَاهِيمُ بْنُ سَعْدٍ ، عَنْ صَالِحٍ ، عَنِ ابْنِ شِهَابٍ ، عَنْ عُبَيْدِ اللَّهِ بْنِ عَبْدِ اللَّهِ ، أَنَّ عَبْدَ اللَّهِ بْنَ عَبَّاسٍ أَخْبَرَهُ ، قَالَ : أَخْبَرَنِي أَبُو سُفْيَانَ بْنُ حَرْبٍ ، أَنَّ هِرَقْلَ ، قَالَ لَهُ :

" سَأَلْتُكَ ، هَلْ يَزِيدُونَ أَمْ يَنْقُصُونَ ؟ فَزَعَمْتَ أَنَّهُمْ يَزِيدُونَ ، وَكَذَلِكَ الْإِيمَانُ حَتَّى يَتِمَّ ، وَسَأَلْتُكَ ، هَلْ يَرْتَدُّ أَحَدٌ سَخْطَةً لِدِينِهِ بَعْدَ أَنْ يَدْخُلَ فِيهِ ؟ فَزَعَمْتَ أَنْ لَا ، وَكَذَلِكَ الْإِيمَانُ حِينَ تُخَالِطُ بَشَاشَتُهُ الْقُلُوبَ لَا يَسْخَطُهُ أَحَدٌ " .

ความว่า : อิบรอฮีม อิบนุหัมซะฮฺ ได้บอกแก่เราว่า อิบรอฮีม อิบนุซะอัด ได้บอกแก่เราว่า ศอลิหฺ ได้รายงานว่า จากชีฮาบ จากอุบัยดิลลาอฺ อิบนุอับดุลลอฮฺ ว่า อับดุลลอฮฺ อิบนุอับบาซ ได้เล่าว่า : อะบูซุฟยาน อิบนุหัรฺบิน ได้กล่าว่า เฮราคลิอัส ได้กล่าวแก่เขาว่า :

"ฉันถามเจ้าว่า คนเข้ารับอิสลามมากขึ้นหรือว่าลดลง? เจ้าอ้างว่า พวกเขาเพิ่มจำนวนมากขึ้น นี้คือการศรัทธา(ที่แท้จริงจะเพิ่มมากขึ้น)จนสมบูรณ์ และฉันถามเจ้าว่า มีคนกลับหลังทรยศต่อศาสนาของเขาหลังจากได้เข้ารับถือหรือไม่ เจ้าก็กล่าวว่า ไม่มี และเช่นนี้แหละการศรัทธาที่แท้จริง เมื่อมันเข้าไปคลุกเคล้าในจิตแล้ว จะไม่มีผู้ใดทรยศเลย"

ข้ามไปยังทูลบาร์